จอบที่พาดอยู่บนบ่าของพี่รองเถียนร่วงลงพื้นเสียงดังโครม กระแทกโดนหลังเท้าเข้าเต็ม ๆ
พี่สะใภ้รองเถียนหน้าแดงก่ำ รีบหันหลังหลบเข้าห้อง
ทว่าพี่รองเถียนกลับก้าวพรวดเดียวไปขวางไว้ ดวงตาจับจ้องพี่สะใภ้รองเขม็ง ก่อนหัวเราะแหะ ๆ ราวกับคนโง่งม “ภรรยา เสื้อผ้าชุดนี้งามจริง ๆ สวมแล้วดูอ่อนเยาว์ลงสิบปี ไม่สิ ต้องยี่สิบปีต่างหาก”
“ข้ายังรู้สึกว่าตนเองคู่ควรกับเจ้าไม่ถึงเลย”
ต่อหน้าเด็ก ๆ แท้ ๆ พี่สะใภ้รองเถียนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี “อย่าพูดเหลวไหล”
เฝิงเหล่าไท่ เถียนกุ้ยฮวา และอวี๋ซิ่วต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมาเช่นกัน
เฝิงเหล่าไท่สวมชุดสีแดงหม่น เถียนกุ้ยฮวาสวมชุดสีเขียวเข้ม ส่วนอวี๋ซิ่วสวมชุดสีชมพูหม่น
พอทั้งสามปรากฏตัว ลานบ้านก็เงียบกริบในพริบตา สายตาทุกคู่พากันจับจ้องไปยังพวกนาง
“ท่านย่า ท่านดูสง่าผ่าเผยที่สุดในบรรดาหญิงชราที่ข้าเคยพบ ชุดนี้เหมาะกับท่านยิ่งนัก” เถียนต้าชุนเอ่ยชมอย่างไม่เกรงใจ
“ชุดนี้ทำให้ท่านอาสง่างามสุขุม ทั้งยังไม่ขาดความอ่อนช้อย เหมาะกับท่านยิ่งนัก” สืออันยิ้มพลางมองพวกนาง “น้องอวี๋ซิ่วยังเยาว์วัย ควรสวมสีอ่อนหวานเช่นนี้”
พี่รองเถียนพยักหน้าหงึก ๆ “นี่เป็นฝีมือน้องเล็กเลือกซื้อมาใช่หรือไม่ สายตาน้องเล็กดีจริง ๆ”
พี่ใหญ่เถียนได้ยินเสียงครึกครื้นด้านนอกจากในห้อง จึงกระแอมเสียงดังสองครั้ง เฝิงเหล่าไท่หมุนตัวรอบหนึ่ง “ข้าจะไปให้พี่ใหญ่ของพวกเจ้าดูเสียหน่อย”
“ท่านแม่ ข้าสวมชุดนี้แล้วดูอ่อนเยาว์เกินไปหรือไม่?” อวี๋ซิ่วถามอย่างกระดากอายเล็กน้อย
