“ไม่ได้ ไม่ได้ ข้าต้องกลับบ้านแล้ว”
เถียนกุ้ยฮวารีบโบกมือ
อีกไม่นานก็จะครบหนึ่งชั่วยามแล้ว หากช้ากว่านี้อีกหน่อย นางคงแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกจริง ๆ
หวังจวี๋จับมือนางไว้ ไม่ยอมให้นางไปไม่ว่าอย่างไร “พี่เถียน วันนี้ท่านช่วยข้าไว้มากมายถึงเพียงนี้ หากไม่ให้ข้าตอบแทนดี ๆ ข้าคงไม่สบายใจ”
“นอกตลาดมีร้านอาหารผัดแบบพื้นเมืองอยู่แห่งหนึ่ง เที่ยงนี้พวกเราไปกินที่นั่นกันเถิด”
“ข้าไม่ได้ช่วยอะไรนัก ไม่ต้องเลี้ยงอาหารหรอก หากอยากขอบคุณข้า ก็ช่วยข้าขายแอปริคอตแห้งต่อไปเถิด”
เถียนกุ้ยฮวารีบดึงมือกลับ กลัวว่าหวังจวี๋จะไม่ยอมให้นางไป จากนั้นก็ลากรถเข็นพลางกล่าวว่า “ข้าต้องกลับบ้านจริง ๆ ที่บ้านยังรอเก็บแอปริคอตป่าอยู่ หากกลับช้ากว่านี้คงไม่ทันการ”
“ข้าไปก่อน พรุ่งนี้พบกัน”
พี่หลานมองตามแผ่นหลังของเถียนกุ้ยฮวาที่เดินจากไปอย่างสงสัย “เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าน้องเถียนกำลังกลัว ร้านอาหารแถวนี้ก็ไม่ได้กินคนเสียหน่อย”
“คงกังวลว่าเสียเงินมากกระมัง” หวังจวี๋เก็บบุญคุณครั้งนี้ไว้ในใจ “ชีวิตที่บ้านพี่เถียนไม่สู้ดีนัก หลายวันมานี้เห็นแต่นางคนเดียววิ่งวุ่นไปมา คงเป็นนางที่แบกรับภาระทั้งครอบครัว จึงไม่กล้าให้ข้าเลี้ยงอาหาร เพราะกลัวข้าต้องเสียเงิน”
“น้องเถียนเป็นคนดีไม่มีที่ติ ต่อไปพวกเราช่วยเหลือนางให้มากหน่อย มื้อนี้จำไว้ก่อน วันหน้ายังมีโอกาสอีก” พี่หลานกล่าวอย่างจริงจัง
“อืม ข้ารู้แล้ว”
“ท่านแม่ เป็นอะไรไปขอรับ มีคนตามหลังท่านมาหรือ”
