นางไม่ได้กล่าวว่าจะตัดมือของนางทิ้งไปข้างหนึ่ง ก็นับว่ามีเมตตามากแล้ว
“ไม่เกินไป!” เฉินหวานซานกล่าวขึ้นทันที
“ข้าไม่ได้ขโมยสิ่งใดเลย นังเด็กนั่นตกลงไปเอง เกี่ยวอะไรกับข้ากัน” หูต้าฮัวไม่รู้ว่าถอดถุงเท้าเหม็นที่ยัดปากไว้หลุดออกมาตั้งแต่เมื่อใด
นางอ้าปากที่เปรอะเลือด ตะเบ็งเสียงร้องโหยหวน “พวกเจ้ารวมหัวกันรังแกข้า ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก ข้าถูกใส่ร้ายทั้งนั้น ข้าแค่เดินผ่านเข้ามาดู พวกเจ้าคิดจะเอาชีวิตข้าหรือไร
“นางเป็นใบ้ ตายไปก็นับว่าเป็นโชคของนาง ข้าแค่แตะนางไปทีเดียว นางเกือบกัดเนื้อข้าหลุดไปชิ้นหนึ่ง ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเถียนกุ้ยฮวาเลยด้วยซ้ำ” พอนางอ้าปากพูด ลมก็รั่วออกมาตามช่องฟัน
“โอ๊ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว ข้าใกล้ถูกเถียนกุ้ยฮวาทุบตีจนตายแล้ว โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้า!”
นางใช้วิธีร้องไห้คร่ำครวญแต่ไร้น้ำตาเช่นนี้ข่มขู่ผู้คนมามากแล้ว
น่าเสียดายที่คนที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านหลังหนีภัยแล้งมา ต่างไม่หลงกลนาง
เฉินหวานซานใช้ไม้เท้าค้ำกาย ก่อนสั่งเสียงขรึม “อุดปากนางไว้”
เขามองเฉินหม่านถุนที่ยืนอยู่หลังฝูงชน ใบหน้าเคร่งขรึม “เจ้าคุมแม้แต่ภรรยาตนเองยังไม่ได้ ผลเช่นนี้เจ้ายอมรับหรือไม่?”
เฉินหม่านถุนก้มหน้า ตอบอึกอัก “ยอมรับ”
