เฮ้อ! ชีวิตคนเรานี่ไม่ง่ายเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ตงเซิงให้พี่สะใภ้ตงเซิงเอาไข่นกครึ่งฟองออกมาให้ในช่วงเวลาสำคัญ น้องสาวเซียนฮวาคงสิ้นใจไปนานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวพี่ตงเซิงรับพวกเราไว้ ฉันกับน้องสาวก็คงไร้ที่ซุกหัวนอน แถมอาจหนาวตายและอดตายไปแล้วด้วย
ครอบครัวพวกเขามีบุญคุณกับฉันและน้องสาวมาก
ถึงพี่สะใภ้ตงเซิงจะคิดอยากสานสัมพันธ์กับฉันให้ลึกซึ้งขึ้น และพี่ตงเซิงก็เห็นชอบแล้วก็ตาม
แต่ฉันก็ควรรู้จักรักษาขอบเขตของตัวเอง ห้ามก้าวข้ามเส้นเด็ดขาด ต่อให้แค่กอดกันก็ไม่ได้
คิดมาถึงตรงนี้ หนิวหงก็เอ่ยเสียงเบา
“พี่สะใภ้ ที่บ้านมีปืนล่าสัตว์ไหมครับ? ขอผมยืมใช้หน่อย แสงตอนกลางวันกำลังดี ผมจะได้ขึ้นเขาไปล่าสัตว์กลับมาอีก”
พอได้ยินหนิวหงบอกว่าจะขึ้นเขาไปหาอาหาร จางเฉียวอิงก็รู้กาลเทศะ ไม่พูดเรื่องกอดกันต่อ เธอจัดผมยุ่ง ๆ ที่หน้าผากให้เข้าที่
“มีสิ เป็นกระบอกที่พี่ตงเซิงของเธอเคยใช้ แล้วยังมีกระสุนอีก 4 นัด เดี๋ยวฉันเอามาให้พร้อมกัน แต่...”
หนิวหงชะงัก “พี่สะใภ้ แต่ทำไมครับ?”
จางเฉียวอิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “น้องหง ใกล้เที่ยงแล้ว กินข้าวก่อนค่อยขึ้นเขาเถอะ!”
หนิวหงเข้าใจความกังวลของจางเฉียวอิงทันที ในยุคที่อาหารขาดแคลนเช่นนี้ ความหิวโหยกลายเป็นฉากหลังที่ลบไม่ออก
กินวันละมื้อเป็นเรื่องปกติ กินวันละสองมื้อก็ถือว่าฟุ่มเฟือยแล้ว ส่วนกินวันละสามมื้อนั้นเรียกว่าผลาญเงิน แถมยังเหมือนขัดต่อฟ้าดิน
เช้านี้ครอบครัวจางเฉียวอิงกินข้าวกันไปแล้ว ถ้าจุดเตาทำอาหารอีกตอนเที่ยงก็คงดูสิ้นเปลืองเกินไป
“พี่สะใภ้ เที่ยงนี้ทำกับข้าวตามปกติเถอะครับ ซวนเป่า เอ้อร์ยา แล้วก็เซียนฮวาอยู่ในวัยกำลังโต จะปล่อยให้พวกเขาหิวไม่ได้ แล้วร่างกายของพี่ตงเซิงก็ต้องได้อาหารบำรุงเหมือนกัน
