เด็กสาวไม่รู้จักเฉิงเซียว
แต่เฉิงเซียวต้องเป็นชาวจางเฉิงที่ผ่านความสิ้นหวังมาเหมือนกับเธอแน่!
แถมเฉิงเซียวยังกล้าหาญและเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมาก
พละกำลังก็แข็งแกร่งกว่าอีก!
เฉิงเซียวเป็นคนพาเธอหนีออกมา ห่างจากขุมนรกบนดินที่พวกพ้องและครอบครัวของเธอติดอยู่
ถึงพวกเขาจะหนีวันสิ้นโลกไม่พ้น แต่เฉิงเซียวก็กลายเป็นสายสัมพันธ์ที่เธอพึ่งพาได้แล้ว
ไม่อย่างนั้นเธอคงแตกสลายกลายเป็นผู้คลุ้มคลั่งไปนานแล้ว
หากหายนะล้างโลกนี้ต้องมาถึงจริง ๆ งั้นก็ตายไปด้วยกันเถอะ!
“อย่า... อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว...”
แววตาของเด็กสาวเริ่มเลื่อนลอย เธอเสียเลือดไปมากเกินไปแล้ว
มือหนึ่งคว้าข้อมือเธอไว้ แสงสีขาวอันคุ้นเคยและอบอุ่นโอบล้อมร่างเธออีกครั้ง
“ยังไม่ตายสักหน่อย... ไม่ต้องร้องไห้แล้ว...”
เด็กสาวน้ำตานองหน้า เลือดปนกับน้ำตา ราวกับดอกไม้ที่โรยราอย่างน่าเวทนา
เด็กสาวโผเข้ากอดเฉิงเซียวทันที ก่อนซุกหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนเขา
พลังของเครื่องรางมะเมียทำงานต่อเนื่องไม่หยุด
มันเร่งฟื้นฟูบาดแผลของเฉิงเซียวและชดเชยเลือดที่เด็กสาวเสียไป
ที่จริงนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เฉิงเซียวเห็นภาพชีวิตแล่นผ่านตา
แต่สุดท้ายเขาก็ผ่านมันมาได้สำเร็จ!
เฉิงเซียวมองเด็กสาวที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมแขน ใจพลันอุ่นวาบขึ้นมา
【พี่เฉิงหลง ผมก็ปกป้องคนอื่นได้สำเร็จเหมือนกัน!】
ด้วยพลังของเครื่องรางจอ ทุกบาดแผลถึงตายจึงทำอะไรเฉิงเซียวไม่ได้
เมื่อรวมกับเครื่องรางมะเมีย เขาก็กลายเป็นคนที่ไม่มีวันตายอย่างแท้จริง!
แต่การ “ไม่มีวันตาย” ในโลกนี้ เป็นเรื่องดีจริง ๆ เหรอ?
ตอนนี้สิ่งที่เฉิงเซียวกังวลที่สุดคือการตกเป็นเป้าสายตาของคนที่มีเจตนาไม่ดี
ก่อนที่พลังประหลาดในตัวเขาจะแข็งแกร่งขึ้น ห้ามให้ใครจับได้เด็ดขาด!
ส่วนเด็กสาวในอ้อมแขน เธอแทบไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
แต่พวกเขายังพักหายใจได้ไม่นาน เสียงหมาป่าหอนชวนขนลุกก็ดังมาจากที่ไกล ๆ อีกครั้ง!
เด็กสาวกำเสื้อเฉิงเซียวแน่น แม้จะประหม่า แต่ความกลัวกลับหายไปแล้ว
ชาวปู้หลี่ที่ดูแข็งแกร่งถูกฆ่าตายไปแล้วสองตัว!
เป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างเธอฆ่าพวกมัน!
เธอไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว ขอแค่มีเฉิงเซียวอยู่ด้วย เธอก็รู้สึกอุ่นใจ
จมูกของหมาป่าไวต่อกลิ่นมาก โดยเฉพาะกลิ่นคาวเลือดของพวกเดียวกัน
ชาวปู้หลี่ห้าตัวได้กลิ่นแห่งความตาย
“มีหมาป่าหนึ่งตัวกับองครักษ์หมาป่าสามเขี้ยวอีกหนึ่งตัว!”
“หรือกำลังเสริมจากกองทหารอวิ๋นฉีมาถึงแล้ว?!”
ชาวปู้หลี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มก็สวมเขี้ยวสามซี่ เป็นองครักษ์หมาป่าเช่นกัน
“ไปพร้อมกัน! กลิ่นมีไม่มาก แสดงว่าอาจเป็นปลาที่หลุดรอดมาได้!”
พวกมันใช้ขาทั้งสี่วิ่งไล่ล่าไม่ต่างจากหมาป่าจริง ๆ!
จุดแข็งของชาวปู้หลี่คือการรุมล้อมสังหาร
เฉิงเซียวฟื้นจากบาดแผลแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
ดาบในมือเริ่มทื่อแล้ว
นี่แหละผลจากฝีมือที่ยังไม่ถึงขั้น
ถ้าฟันได้หนักพอ ก็ผ่าเหล็กตัดทองได้!
ถ้าแรงไม่พอ ก็ต้องรู้จักหาโอกาสลงมือ
เวลาใช้ดาบ เขามักฟันโดนกระดูกเป็นส่วนใหญ่
กระดูกของชาวปู้หลี่จะเป็นกระดูกเนื้อธรรมดาได้อย่างไร?
ถ้ามาอีกสักไม่กี่ตัว ดาบเล่มนี้คงหักแน่
เฉิงเซียวมีวิธีป้องกันตัวแล้ว แต่ยังปกป้องเด็กสาวที่พึ่งพาเขาอยู่ไม่ได้
【วิธีโจมตียังมีน้อยเกินไป! เครื่องรางที่เหลือก็ยังปลดล็อกไม่ได้!】
แม้แต่ประสบการณ์ที่ลุงทิ้งไว้ให้ ก็ยังไม่มีคำตอบ
ตอนนี้เครื่องรางที่ส่องสว่างที่สุดคือเครื่องรางฉลู คงเป็นเพราะเมื่อครู่มันตอบรับเสียงเรียกของเฉิงเซียว
บรรยากาศรอบข้างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ราวกับเสียงหมาป่าหอนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ขนแขนของเฉิงเซียวกลับลุกชันไปหมด
มีชาวปู้หลี่สองตัวปรากฏขึ้นที่ปากทางเดินทั้งสองฝั่ง!
ส่วนเหนือศีรษะของเขา ยังมีชาวปู้หลี่ที่แข็งแกร่งกว่าอีกตัวกำลังก้มมองลงมา!
“ถึงกับถูกลูกหมาป่าฆ่าตาย เขี้ยวเล็บของพวกมันไม่คู่ควรกับเลือดในกายเลย!”
หมาป่าร้ายทั้งห้าพุ่งเข้าใส่ทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง!
สมองของเฉิงเซียวคิดอะไรไม่ทัน เขาทำได้แค่พาเด็กสาวไปหลบชิดกำแพงเพื่อปกป้องเธอ
แต่ก็ไร้ประโยชน์ กรงเล็บแหลมคมของชาวปู้หลี่แทงทะลุร่างพวกเขาทั้งสองได้โดยตรง
เสี้ยววินาทีอันตราย!
แสงสีเงินขาววูบไหวอย่างรวดเร็ว!
เพียงชั่วลมหายใจ ชาวปู้หลี่ทั้งห้าก็ถูกบั่นคอในพริบตา!
เฉิงเซียวหอบหายใจอย่างหนัก ภาพตรงหน้าราวกับความฝัน
บนหลังคามีหญิงสาวในชุดทหารยืนอยู่ เธอมองพวกเขาเงียบ ๆ
เฉิงเซียวไม่ได้คลายความระแวดระวังลงเลย
ถ้าชาวปู้หลี่พวกนั้นเขายังพอค่อย ๆ สู้จนหมดแรงได้ หญิงสาวตรงหน้านั้นกลับเป็นคู่ต่อสู้ที่เขาไม่มีทางรับมือไหว
เธอเหมือนกระบี่เล่มหนึ่ง แค่จ้องมองก็รู้สึกราวกับถูกคมกระบี่บาดแล้ว
ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบสูง ดวงตาคู่นั้นไร้ทั้งความเศร้าและความยินดี
ถึงเฉิงเซียวจะไม่มีวันตาย แต่ความเจ็บปวดยังคงอยู่
หากถูกทรมานด้วยความเจ็บปวดไม่รู้จบ เขาก็อาจเสียสติและพังทลายได้เหมือนกัน
หญิงสาวในชุดทหารเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ไม่ต้องตื่นกลัว ฉันสังกัดกองทหารอวิ๋นฉีแห่งหลัวฝู กำลังตามหาผู้รอดชีวิตอยู่”
“ระแวดระวังตัวได้ดี! เจตจำนงของเธอมั่นคงแล้ว อนาคตต้องเป็นกำลังสำคัญได้แน่!”
หญิงสาววูบไหวเพียงครั้งเดียว ร่างก็มาอยู่ในทางเดินแล้ว
นอกจากชาวปู้หลี่ห้าตัวที่เธอฆ่า ยังมีกองฝุ่นผงกับเขี้ยวแหลมคมกองอยู่
รวมถึงสร้อยเขี้ยวสามซี่เส้นหนึ่ง
เฉิงเซียวแค่เปลี่ยนพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นพลังของตัวเอง ร่างที่สูญเสียพลังไปแล้วจะกลายเป็นฝุ่น แต่เขี้ยวชาวปู้หลี่ที่แข็งแกร่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“ตัวที่อยู่ข้างนอกกับตัวนี้ เธอเป็นคนฆ่าทั้งคู่เหรอ?”
หญิงสาวในชุดทหารถาม
ชาวปู้หลี่ตัวที่อยู่ข้างนอกยังไม่ได้ถูกเฉิงเซียวดูดซับพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ไปจนหมด เพราะมีเวลาไม่พอ
เฉิงเซียวยังคงระวังตัว แม้แต่เด็กสาวที่อยู่ข้างหลังเขาก็ยังจ้องหญิงสาวอย่างระแวดระวัง
ตอนนี้เธอเชื่อใจแค่เด็กหนุ่มที่ปกป้องเธอเท่านั้น
“ผมฆ่าเอง”
หญิงสาวในชุดทหารยิ้ม
ชั่วพริบตาเดียว เธอก็มาอยู่ตรงหน้าเฉิงเซียว
เพียงวูบเดียว ดาบในมือเฉิงเซียวก็ถูกปัดกระเด็นไปแล้ว
“เธอไม่เชื่อใจฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันช่วยชีวิตเธอไว้นะ อย่างน้อยก็ควรเชื่อใจกันบ้าง”
“ฉันเป็นทหารอวิ๋นฉีแห่งหลัวฝู นี่คือป้ายประจำตัวของฉัน”
แน่นอนว่าเฉิงเซียวไม่รู้จัก แต่เด็กสาวที่อยู่ข้างหลังพยักหน้าเล็กน้อย
หญิงสาวยิ้มเมื่อเห็นเด็กทั้งสองส่งสายตาคุยกัน
“พวกเธอสองคนรอดมาได้ เก่งมาก!”
หญิงสาวในชุดทหารมองเฉิงเซียว
“โดยเฉพาะเธอ! เด็กหนุ่มตัวแค่นี้ฆ่าพวกชาวปู้หลี่ได้ตั้งสองตัว นับว่ากล้าหาญและมีไหวพริบ!”
“ท่วงท่าการใช้ดาบยังหยาบอยู่ แต่เด็ดขาดและลงมือได้โหดมาก!”
“เธอใช้ดาบศึกอวิ๋นฉีที่หลอมจากเหล็กดำได้ แถมยังฟันคอชาวปู้หลี่ขาด ต้องเป็นคนที่เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลแน่!”
หญิงสาวในชุดทหารใช้นิ้วหยิบฝุ่นผงขึ้นมาหยิบหนึ่งแล้วพูดว่า
“มีพลังพิเศษติดตัว แต่ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งชั่วร้ายแห่งความอุดมสมบูรณ์ งั้นฉันจะไม่ซักไซ้ให้มากความ”
“เด็กน้อย เธอยอมมาเป็นลูกศิษย์ฉันไหม?”
ดูเหมือนหญิงสาวจะถูกใจจนอยากรับเขาเป็นศิษย์
เดิมทีเธอออกมาช่วยเหลือชาวเซียนโจว แต่กลับได้พบเด็กอัจฉริยะเช่นนี้ แถมยังช่วยเขาไว้ได้ทันเวลา นับว่าเป็นการรักษาความหวังในอนาคตของเซียนโจวเอาไว้!
ถ้าเด็กคนนี้สืบทอดวิชาของเธอได้ บางทีเขาอาจคุ้มครองเซียนโจวไปได้อีกนับพันปี!
เฉิงเซียวไม่พูดอะไร ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ หรอก
ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเหมือนเฉิงหลงกับลุง!
หลังจากเงียบไปนาน
หญิงสาวในชุดทหารดูหมดสนุกลงเล็กน้อย
“เอาเถอะ ฉันใจร้อนไปเอง วิกฤตที่นี่ก็ยังไม่คลี่คลาย ตามฉันมา!”
หญิงสาวยกเด็กหนุ่มกับเด็กสาวขึ้นด้วยมือทั้งสอง ก่อนกระโดดต่อเนื่องไม่กี่ครั้งแล้วมุ่งหน้าไปยังที่ไกล ๆ
เด็กสาวหันกลับไปมองทิวทัศน์แห่งหายนะที่อยู่เบื้องหลัง
ท้องฟ้าเปล่งแสงสีทองบิดเบี้ยว พื้นดินลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน
เด็กสาวเข้าใจอยู่ในใจว่า เธออาจไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว
