ถ้อยคำนี้แฝงแววขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ราง ๆ
หัวใจเสิ่นเจียอวี้กระตุกวูบ ทว่านางแสร้งสงบนิ่ง ยังคงปากแข็งเอ่ยว่า “ฝ่าบาทอย่าเอาแต่...”
ยังกล่าวไม่ทันจบ เสิ่นเจียอวี้ก็พลันเงียบเสียงไป
เพราะนางรู้สึกถึงฝ่ามือคู่หนึ่งที่เย็นชื้นเล็กน้อยและแห้งสะอาด ลอบสอดเข้ามาจากด้านนอกอาภรณ์ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังอย่างเชื่องช้า
ลำคอของเสิ่นเจียอวี้ตีบตันขึ้นมา นางไม่กล้าขยับเขยื้อน และไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
เพ่ยเยี่ยนลูบไล้ผิวขาวผ่องอุ่นนุ่ม เนียนละเอียดประหนึ่งหยกมันแพะ แววตายิ่งลึกล้ำขึ้นทุกขณะ
เมื่อไล้ขึ้นไปก็พบสิ่งขวางกั้น เขาจึงเกี่ยวผ้าชิ้นนั้นออกมาอย่างลวก ๆ
มันคือผ้ารัดอกแพรเนื้อนุ่มสีแดงสด ปักลายดอกไห่ถังพันกิ่ง
สีสันงดงามเจิดจ้า บนฝ่ามือขาวเย็นของเพ่ยเยี่ยนกลับดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
เสิ่นเจียอวี้ไร้เรี่ยวแรงจะแย่งกลับ นางจนปัญญาจริง ๆ
เพราะฝ่ามือใหญ่อีกข้างของจักรพรรดิกำลังลูบไล้ไปทั่วร่างนางอย่างอำเภอใจ
ลมหายใจของเสิ่นเจียอวี้ถูกรบกวนจนปั่นป่วนไปหมด
หางตานางแดงเรื่อ ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยดุจสายน้ำวสันต์ ทรุดซบอยู่ในอ้อมแขนจักรพรรดิ
เพ่ยเยี่ยนฟังเสียงหายใจที่ไม่เป็นจังหวะของนาง ก่อนก้มตาถาม “ค่ำคืนนี้เพิ่งเริ่มต้น ก็หมดแรงแล้วหรือ?”
ระหว่างรอคำตอบจากนาง เขาก็วางฝ่ามือลงบนส่วนอวบอิ่มนุ่มนิ่ม
ยามปกติหญิงสาวดูเอวบางร่างอ้อนแอ้น ทว่าไม่คิดว่าส่วนที่ควรมีจะมีครบถ้วน ทั้งยังสัมผัสนุ่มมือยิ่งนัก
เสิ่นเจียอวี้ตอบไม่ออก
ความรู้สึกเร้าใจรุนแรงที่ไม่เคยประสบมาก่อนโถมเข้ากลืนกินนาง
