เพ่ยเยี่ยนนั่งลงบนตั่งนุ่ม หยิบหนังสือบันทึกการเดินทางเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านตามใจ
เสิ่นเจียอวี้นั่งลงตรงข้ามเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนเอ่ยเรียก “ฝ่าบาท?”
เพ่ยเยี่ยนขานรับเสียงเรียบ สายตายังคงจับอยู่บนหน้าหนังสือ
เสิ่นเจียอวี้ยื่นแบบร่างให้เขา
เพ่ยเยี่ยนถาม “นี่คืออะไร?”
หลังเสิ่นเจียอวี้อธิบายจนกระจ่าง ในที่สุดนางก็เผยหางจิ้งจอกออกมา “ฝ่าบาท หกกองงานบอกว่า สำนักพระราชวังฝ่ายหน้าเบิกเงินมาให้เพียงเท่านี้ แต่...”
นางพูดไปพลาง ลอบสังเกตสีหน้าของเพ่ยเยี่ยนไปด้วย
ทว่าเพ่ยเยี่ยนกลับไม่รับคำ
เสิ่นเจียอวี้ไม่คิดปล่อยโอกาสงามเช่นนี้ให้หลุดมือ “ฝ่าบาทช่วยหาทางให้หม่อมฉันหน่อยได้หรือไม่เพคะ”
เพ่ยเยี่ยนคิดหาทางให้จริง ๆ เขากล่าวว่า “สำนักพระราชวังฝ่ายหน้าก็ทำตามระเบียบ ยากจะแก้ไข หากเจ้าไม่พอใจ ก็ออกเงินเพิ่มเอง เราจะสั่งหกกองงานให้ปรับปรุงตามที่เจ้าพอใจ”
เสิ่นเจียอวี้ถึงกับพูดไม่ออก
หากนางยอมควักเงินเอง ป่านนี้ก็คงจ่ายไปแล้ว จะมาแสร้งทำท่าน่าสงสารอยู่ที่นี่ไย
นางมองคนตรงหน้าด้วยแววตาน้อยใจ
เพ่ยเยี่ยนช่วยคิดหาทางให้นางแล้ว ก็อ่านหนังสือในมือต่อ
เสิ่นเจียอวี้มองเขา พลางค่อย ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ คนผู้นี้กำลังอ่านหนังสือ แต่กลับไม่พลิกหน้า สีหน้าก็อ่อนโยนขึ้นไม่น้อย ดูไม่เย็นชาเคร่งขรึมเหมือนยามกลางวัน
ราวกับว่า...
ราวกับจงใจหยอกล้อนางอยู่
เสิ่นเจียอวี้ดึงหนังสือออกจากมือเขา น้ำเสียงอ่อนหวานยืดยาว “ฝ่าบาท~”
เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนของนาง เพ่ยเยี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “เจ้าต้องการสิ่งใด?”
เสิ่นเจียอวี้เลียริมฝีปาก เผยเจตนาที่ซ่อนไว้ในที่สุด “ฝ่าบาท หม่อมฉันยากจนเพคะ”
