เพ่ยเยี่ยนกักนางไว้ ก่อนสั่งนางกำนัลว่า “ไปนำน้ำแข็งมา”
นางกำนัลนำมาให้ในเวลาไม่นาน ห่อด้วยผ้าไหมเนื้อสะอาด
เพ่ยเยี่ยนรับมาแล้ววางลงบนฝ่ามือนาง ความเย็นทำให้เสิ่นเจียอวี้รู้สึกสบายขึ้น นางจึงเลิกขยับตัววุ่นวาย
นางหนุนตักเพ่ยเยี่ยน ง่วงงุนจนแทบจะหลับ
เพ่ยเยี่ยนแก้ผ้าแพรสีขาวที่พันมือของนางออก ปลายนิ้วแตะยาทาลงบนบาดแผล ก่อนพันกลับเข้าไปใหม่
นางเงียบสงบผิดปกติ เพ่ยเยี่ยนก้มมอง สตรีในอ้อมแขนหลับไปแล้ว
ใต้แสงเทียนสลัว ริมฝีปากของนางแดงชาด คิ้วตางดงามเย้ายวน ชวนให้ผู้คนเอ็นดูอย่างยิ่ง
สีหน้าของเพ่ยเยี่ยนอ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าเขานึกถึงสิ่งใด เสียงหัวเราะแผ่วเบาพร่าเลือนหลุดจากลำคอ ก่อนเลือนหายไปในพริบตา
*
เนื่องจากตำหนักอี้ฮวากำลังปรับปรุง ย่อมมีเสียงอึกทึกรบกวนผู้คน ฮ่องเต้จึงพาเสิ่นเจียอวี้ไว้ข้างกายเสียเลย
กลางวันให้นางมาพำนักที่ตำหนักเซวียนเจิ้ง ตกค่ำค่อยส่งกลับไป
นอกจากให้นางพักรักษาบาดแผลอย่างสบายใจแล้ว ยังเป็นการคอยจับตาดูไม่ให้นางก่อเรื่อง จะได้ไม่เผลอทำอะไรจนวุ่นวายขึ้นมาเพียงเพราะคันไม้คันมือ
ยามมาถึงในตอนเช้า เสิ่นเจียอวี้ยังพออดทนกับความเบื่อหน่ายได้ อ่านหนังสือบ้าง เล่นหมากล้อมบ้างเพื่อฆ่าเวลา
แต่พอล่วงเข้าช่วงบ่าย นางก็นั่งไม่ติด
หากเพ่ยเยี่ยนจัดการราชกิจเสร็จแล้ว นางก็จะไปหาเขา เกาะติดชวนพูดคุย ออดอ้อนตื๊อไม่เลิก ช่างทำให้คนปวดหัวนัก
หากเพ่ยเยี่ยนยังทรงงานอยู่ นางก็ไม่กล้ารบกวน จึงออกไปหาความสำราญด้วยตนเอง เดินเที่ยวในอุทยาน ล่องเรือชมทะเลสาบ ฟังงิ้ว ช่างสุขสำราญนัก
