เสิ่นเจียอวี้สวดมนต์และฟังธรรมตามปกติอยู่ที่ตำหนักฉือหนิง
ยามค่ำ เมื่อกลับถึงตำหนักอี้ฮวา นางก็เห็นเงาร่างหนึ่งที่ทำให้นางประหลาดใจ
“เหตุใดหัวหน้าขันทีชิ่งจึงมาเล่า?”
ชิ่งอันเห็นนางก็ประสานมือคารวะ ก่อนก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม “เมื่อเช้าฝ่าบาททรงทราบว่าลมร้อนทำให้กุ้ยผินเหนียงเหนียงเสวยไม่ค่อยลง จึงรับสั่งให้บ่าวนำก้อนน้ำแข็งมาถวาย เพื่อคลายร้อนพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นเจียอวี้มองข้ามเขาไป เห็นขันทีหลายคนด้านหลังหามไหใส่น้ำแข็งใบใหญ่ ไอเย็นลอยกรุ่นออกมาจากปากไหไม่ขาดสาย
เสิ่นเจียอวี้พาคนเข้าไปในตำหนัก แล้วสั่งให้นำกระถางเก็บน้ำแข็งเข้ามา
เมื่อนำก้อนน้ำแข็งใส่ลงไป ภายในตำหนักก็เย็นสบายขึ้นทันตา
อันที่จริงอากาศช่วงนี้ยังไม่ถึงกับร้อน เพียงแค่อบอ้าวอยู่บ้างเท่านั้น
แต่เสิ่นเจียอวี้เติบโตในเป่ยหยวนมาตั้งแต่เล็ก ที่นั่นมีฤดูหนาวถึงครึ่งปี นางจึงคุ้นชินกับความหนาวเย็น ทว่าทนความร้อนอบอ้าวมิได้
เมื่ออากาศเย็นสบายขึ้น อารมณ์ของเสิ่นเจียอวี้ก็แจ่มใสขึ้นหลายส่วน นางนั่งลงบนตั่งนุ่ม พลางทอดถอนใจ “ก่อนหน้านี้คนในตำหนักข้าไปถามที่สำนักราชสำนักฝ่ายในทั้งหกแห่งแล้ว พวกเขาบอกว่ายังต้องรออีกครึ่งเดือนกว่าจะเปิดห้องเก็บน้ำแข็งนำก้อนน้ำแข็งออกมา ข้านึกว่าคงต้องฝืนทนไปจนถึงตอนนั้นเสียแล้ว ไม่คิดเลยว่าเพียงเอ่ยปากไปตามเรื่อง ฝ่าบาทกลับทรงจำได้”
ชิ่งอันก้มกายกล่าว “ในพระทัยของฝ่าบาท กุ้ยผินเหนียงเหนียงย่อมแตกต่างจากผู้อื่นพ่ะย่ะค่ะ พอเสด็จกลับถึงตำหนักเซวียนเจิ้งเมื่อเช้า ก็ทรงรับสั่งให้บ่าวจัดการเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพียงแต่การเปิดห้องเก็บน้ำแข็งครั้งแรกต้องใช้เวลาจัดเตรียมอยู่บ้าง บ่าวจึงนำมาถวายช้าไปสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
