แรกเริ่มนั้นนางเป็นฝ่ายถูกกระทำ
หลังเสิ่นเจียอวี้ประท้วง ฮ่องเต้ก็ยอมตามใจนาง
เขาโอบนางไว้ในอ้อมแขน
แล้วมอบสิทธิ์เป็นฝ่ายเริ่มให้นาง
เสิ่นเจียอวี้ทำไม่เป็นเลยสักนิด ทั้งยังร้องไห้หนักกว่าเดิม
เพ่ยเยี่ยนจึงไม่ไหวติง
ท่ามกลางความสุขสมถึงขีดสุด เสิ่นเจียอวี้พร่าเลือนจนรู้สึกว่าตนกำลังจะถูกบุรุษผู้นี้กลืนกิน เคี้ยวจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก
หลังผ่านพ้นความใกล้ชิดหลายครา ก็ล่วงเข้าสู่ยามดึกสงัดแล้ว
หลังอาบน้ำเสร็จ ในที่สุดเสิ่นเจียอวี้ก็ถูกอุ้มขึ้นไปบนแท่นบรรทมอันอ่อนนุ่ม นี่เป็นครั้งแรกที่นางคิดถึงที่แห่งนี้ยิ่งนัก
นางอดกลั้นความปวดระบมไปทั่วร่าง แล้วขยับเข้าไปซุกในอ้อมอกกว้างของบุรุษ
เพ่ยเยี่ยนรวบนางไว้ในอ้อมแขนจนมิด ก้มลงจุมพิตหน้าผากนางแผ่วเบา น้ำเสียงเปี่ยมความพึงพอใจหลังผ่านพ้นเรื่องรักใคร่ “นอนเถิด”
แม้ฮ่องเต้จะเผด็จการในเรื่องนี้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เสิ่นเจียอวี้สบายใจยิ่งนัก
หลังเสร็จสิ้น เขาจะมอบความอ่อนโยนอ้อยอิ่งแก่นางอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อปลอบประโลมอารมณ์ของนาง
ค่ำคืนนี้ร้อนแรงเกินไป เสิ่นเจียอวี้ถูกเขาปรนเปรอจนไม่ง่วง นางเหม่อลอยอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยเสียงแหบพร่าว่า “หิวน้ำ”
เพ่ยเยี่ยนลุกขึ้นนั่งครึ่งตัว รินชาจากโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง แล้วยื่นไปจ่อริมฝีปากนาง
เสิ่นเจียอวี้จิบไปหลายอึก น้ำชาหอมหวานชุ่มคอ เมื่อไหลลงลำคอที่แห้งผากจึงทำให้นางรู้สึกสบายขึ้นบ้าง
ดื่มเสร็จแล้ว นางก็กลับไปนอนซุกอยู่ในข้อพับแขนของบุรุษ
เมื่อเห็นว่านางยังมีเรี่ยวแรง เพ่ยเยี่ยนจึงชวนคุย “พรุ่งนี้เมื่อเราจัดการราชกิจเสร็จแล้ว จะชมอาภรณ์ชุดใหม่ของเจ้า”
คำพูดนี้ทำให้เสิ่นเจียอวี้ประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้นางเคยเอ่ยถึงอาภรณ์ชุดใหม่ แต่ไม่รู้ว่าเขายุ่งหรือไม่ จึงไม่กล้ามารบกวน
