หลังส่งไทเฮาเสิ่นกลับไปแล้ว เพ่ยเยี่ยนก็กลับมานั่งลงข้างตั่งอีกครั้ง
เขาจ้องมองคนบนตั่งอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าอ่านยาก
ผ่านไปชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็ยื่นมือออกไป ลูบไล้ใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา
“เราจะไม่ปล่อยให้เจ้าบาดเจ็บเปล่า...”
*
ช่วงก่อนหน้านี้ เสิ่นเจียอวี้อดหลับอดนอนอยู่หลายคืนเพื่อเตรียมของขวัญวันประสูติให้ฮ่องเต้
เดิมทีก็พักผ่อนไม่เพียงพออยู่แล้ว คืนนี้จึงหลับสนิทเป็นพิเศษ
จนแสงตะวันส่องสว่างเต็มที่
เสิ่นเจียอวี้จึงลืมตาขึ้น
แสงแดดแรงกล้า ลอดผ่านหน้าต่างลายฉลุเข้ามาจนแสบตาอยู่บ้าง
เสิ่นเจียอวี้ยกมือขึ้นบังแสงโดยไม่รู้ตัว การขยับครั้งนี้ทำให้นางตื่นเต็มตา ความเจ็บปวดจากฝ่ามือเตือนให้นึกถึงเหตุลอบสังหารเมื่อคืน
นางเอ่ยเรียกคน เสียงแหบแห้งเล็กน้อย “หงหลิง?”
หงหลิงไม่อยู่ในตำหนักชั้นใน กำลังต้มยาอยู่ด้านนอกด้วยตนเอง เมื่อลวี่เอ้อได้ยินเสียงก็รีบเข้ามา
“เหนียงเหนียงตื่นแล้วหรือเพคะ?”
เสิ่นเจียอวี้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง แล้วถามถึงเรื่องราวหลังจากหมดสติไป
ลวี่เอ้อตอบว่า “ฝ่าบาททรงอุ้มเหนียงเหนียงกลับวัง ทั้งยังทรงทำแผลให้ด้วยพระองค์เอง แล้วรับสั่งให้หมอหลวงจัดยาให้ ภายหลังไทเฮาเสด็จมาคราหนึ่ง ตรัสกับฝ่าบาทและกำชับพวกเราเรียบร้อยแล้วจึงเสด็จกลับเพคะ”
เสิ่นเจียอวี้ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนถามว่า “แล้วฝ่าบาทเสด็จกลับเมื่อใด?”
ลวี่เอ้อตอบว่า “ฝ่าบาทมิได้เสด็จไปไหนเพคะ”
เสิ่นเจียอวี้ประหลาดใจและลังเล “มิได้เสด็จไปไหนหรือ?”
ลวี่เอ้อพยักหน้า “ฝ่าบาททรงอยู่เป็นเพื่อนเหนียงเหนียงทั้งคืน เกรงว่าเหนียงเหนียงจะติดเชื้อจนมีไข้สูง จึงทรงป้อนยาให้ด้วยพระองค์เอง กระทั่งถึงเวลาเข้าเฝ้าราชสำนักจึงเสด็จไปเพคะ แต่ก่อนเสด็จ ฝ่าบาทตรัสว่าหลังเสร็จราชกิจจะเสด็จมาเยี่ยมเหนียงเหนียง”
เสิ่นเจียอวี้ฟังจบแล้วก็ครุ่นคิด
