เจียงเต๋อฟู่มองเสิ่นเหิงจัดการทุกอย่างได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนหันไปพูดกับอันเจี๋ยด้วยความรู้สึกชื่นชม
“ดูเสี่ยวเสิ่นเขาสิ ทำอะไรเป็นระเบียบเรียบร้อยจริง ๆ
สมัยเราสองคนแต่งงานกัน ฉันต้องจัดการทุกอย่างเอง แถมยังทำพลาดอยู่เรื่อย”
อันเจี๋ยเหลือบมองเขาอย่างหมั่นไส้ “ยังกล้าพูดอีกเหรอ?
เสิ่นเหิงเขาละเอียดรอบคอบ ส่วนคุณน่ะสะเพร่าไม่เอาไหน จะเอามาเทียบกันได้ยังไง?
สายตาของเต๋อฮวาดีกว่าคุณตั้งเยอะ”
เจียงเต๋อฟู่ไม่โกรธสักนิด กลับหัวเราะหึ ๆ อย่างอารมณ์ดี “ก็แน่สิ น้องสาวฉันจะสายตาแย่ได้ยังไง”
อันเจี๋ยพลันรู้สึกขมขื่นขึ้นมาในใจ
ชีวิตคนเรานี่ช่างพูดยากจริง ๆ
ทั้งหน้าตาและความรู้ของเธอล้วนโดดเด่น แต่เพราะชาติกำเนิดเป็นภาระ จึงทำได้แค่แต่งกับผู้ชายหยาบกระด้างอย่างเจียงเต๋อฟู่
ส่วนเต๋อฮวาเป็นแค่สาวบ้านนอกแท้ ๆ กลับได้แต่งกับนายทหารฝ่ายธุรการอย่างเสิ่นเหิง ผู้มีทั้งหน้าตาและความสามารถ แถมอนาคตยังสดใส
วันแต่งงาน บรรยากาศครึกครื้นกว่าที่หลายคนคาดไว้ รวมถึงตัวเต๋อฮวาเองด้วย
ผู้นำอาวุโสหลายท่านต่างมาร่วมงาน ลุงหลี่รับหน้าที่เป็นประธานในพิธี ยืนยิ้มอยู่บนเวทีพลางกล่าวว่า “ผมเห็นเสี่ยวเหิงเติบโตมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ในที่สุดก็สร้างครอบครัวแล้ว” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดี
เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าและระดับปฏิบัติงานของฐานทัพมาร่วมงานกันไม่น้อย แต่เดิมพวกเขารู้เพียงว่าพื้นเพของเสิ่นเหิงไม่ธรรมดา พอเห็นภาพวันนี้จึงเข้าใจอย่างถ่องแท้
รองหัวหน้าหนุ่มเสิ่นผู้นี้มีผู้หนุนหลังแข็งแกร่งจริง ๆ
เมื่อมองเจียงเต๋อฮวาที่อยู่ข้างกายเขา เธอสวมชุดเลนินสีแดงที่รีดเรียบกริบ ดวงตาสดใส ท่าทางสง่างามเปิดเผย
