ผ้าห่มขยับยุกยิกอยู่พักหนึ่ง เฉินหว่านซิงกดเสียงลง กระซิบตำหนิอย่างขาด ๆ หาย ๆ ว่า “คุณ... เบา ๆ หน่อย...”
“อืม” ฉินฮ่าวรับคำ แต่การเคลื่อนไหวไม่ได้ช้าลงเลยสักนิด
“ฉินฮ่าว!”
“จ้ะ เมียจ๋า อย่าหยิกสิ... ซี้ด...”
ผ่านไปพักใหญ่ ในผ้าห่มถึงได้เงียบลงเสียที
เฉินหว่านซิงหนุนแขนฉินฮ่าว ผมสยายเต็มหมอน ใบหน้ายังแดงระเรื่อไม่จาง
เธอใช้นิ้วจิ้มอกฉินฮ่าว “ต่อไปถ้าคุณกล้าออกไปทำเรื่องไม่ดี ฉันจะพาถังถังไปตายให้คุณดู”
“ผมจะกล้าได้ยังไง” ฉินฮ่าวโอบเธอไว้ น้ำเสียงเจือรอยยิ้ม “เมียผมสวยขนาดนี้ ผมจะออกไปทำเรื่องไม่ดีให้เสียเวลาไปทำไม”
“ปากหวานจริง ๆ”
“พูดความจริงต่างหาก”
เฉินหว่านซิงไม่พูดต่อ เธอซุกเข้าหาอ้อมอกเขา หาท่านอนสบาย ๆ แล้วเปลือกตาก็ค่อย ๆ หนักลง
......
บ้านฉินเช่อ ทางตะวันตกของหมู่บ้าน
หลอดไฟสิบห้าวัตต์สว่างริบหรี่ แต่หวังชุนหลานที่นั่งอยู่ริมเตียงเตากลับยังกำเงิน 600 หยวนที่ฉินฮ่าวให้ไว้ตอนเช้า นับอย่างมีความสุข
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเงินสดมากขนาดนี้
หลังฉินเช่อกลับมา เขาก็นั่งยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่ตรงธรณีประตู ไม่พูดอะไรอยู่นาน
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงขยี้บุหรี่ดับแล้วหันไปมองในห้อง
“เมีย มีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องอะไร?” หวังชุนหลานไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“เมื่อกี้น้องสามเจอฉันที่ท่าเรือ บอกให้ฉันไปทำงานกับเขา”
มือที่กำลังนับเงินของหวังชุนหลานชะงักไป
“ไปทำอะไรกับเขา?”
“ออกทะเล” ฉินเช่อกลืนน้ำลาย “เขาบอกจะแบ่งกำไรให้ฉัน 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้ารู้สึกไม่มั่นคง ก็ให้เงินเดือน เดือนละ 500”
