“พ่อ แม่ ที่รัก ผมคิดแบบนี้ครับ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ผมจะซื้อเรือ เรือเหล็กยาว 13 เมตร!”
ฉินโส่วอี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ
“ต่อไปผมจะพึ่งทะเลหากินครับ”
ฉินฮ่าวพูดช้า ๆ ทีละคำ “เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตไปวัน ๆ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถด้านไหน แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ก็เลยอยากทำงานอย่างจริงจังและมั่นคง”
“อีกอย่าง ผมรู้สึกว่าตัวเองเกิดมาเพื่อหาเลี้ยงชีพจากทะเล ไม่ว่าจะหาของทะเลหรือออกเรือ ก็รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน แค่ดูทิศทางลม อุณหภูมิ ลอนคลื่นบนผิวน้ำอะไรพวกนั้น ก็พอจะเดาได้แล้วว่าตรงไหนมีปลา!”
เขากำลังหาคำอธิบายที่พอฟังขึ้นให้เรื่องที่ตัวเองมีระบบ
ฉินโส่วอี้เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเคาะกล้องยาสูบกับขอบเตียงเตา แล้วถอนหายใจ
“พ่อก็รู้อยู่แล้วว่าลูกจะเลือกทางนี้”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาขุ่นมัวมองฉินฮ่าว น้ำเสียงไม่หนักแน่นนัก แต่ทุกคำกลับฟังดูหนักอึ้ง
“ลูกเพิ่งจะกลับตัวได้ พ่อไม่คัดค้านหรอก แต่ห้ามคิดว่าการออกทะเลเป็นเรื่องง่าย ต้องรู้จักเกรงใจทะเลไว้บ้าง ปู่ของลูกก็เสียชีวิตในทะเล”
ฉินฮ่าวชะงักไปนิดหนึ่ง
เขาไม่คิดมาก่อนว่ารุ่นปู่จะมีเรื่องแบบนี้ พ่อไม่เคยเล่าให้ฟังเลย
“ตั้งแต่นั้นมา พอถึงรุ่นพ่อ ย่าของลูกก็ไม่ยอมให้พ่อออกทะเลอีก ทั้งพี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองของลูก พ่อก็ไม่เคยปล่อยให้ไปยุ่งกับมันเลยสักคน”
เสียงของฉินโส่วอี้แหบพร่าเล็กน้อย “ตอนนี้ในเมื่อลูกอยากทำ แถมยังมีความสามารถ พ่อก็จะไม่ห้ามแล้ว แต่ตอนนี้ลูกไม่ได้มีแค่ตัวเอง ยังมีหว่านซิงกับถังถัง แม่ลูกคู่นั้นรอลูกกลับบ้านทุกวัน ลูกห้ามออกไป...”
