ฉินเช่อกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น ใบหน้าเขียวคล้ำไปหมด
ฉินฮ่าวกลับไม่รีบร้อน เขาพิงกราบเรือ รออย่างสบายใจ
คนพวกนี้อยากซื้อ แต่เขาไม่ขายให้หรอก!
ผ่านไปเพียงเจ็ดแปดนาที ไฟหน้ารถสองดวงสว่างจ้าก็สาดมาจากทางเข้าท่าเรือ รถบรรทุกเก่าโทรมคันหนึ่งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดก่อนจอดริมฝั่ง
ประตูรถเปิดออก โจวหมิงหย่วนกระโดดลงมาจากห้องคนขับ กระดุมเสื้อจงซานติดไม่เรียบร้อย แว่นตาก็เอียง เขาวิ่งเหยาะ ๆ ตรงเข้าไปในท่าเรือ โดยมีลูกน้องสองคนตามหลังมา
“น้องฉิน!” โจวหมิงหย่วนตะโกนมาแต่ไกล “ของอยู่ไหน?”
ฉินฮ่าวชี้ไปที่ช่องเก็บน้ำบนเรือ “อยู่นี่ครับ ผู้จัดการโจวดูเองได้เลย”
โจวหมิงหย่วนเกาะกราบเรือแล้วชะโงกมองเข้าไป ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือก หันไปโบกมือให้ลูกน้องสองคน “ยืนบื้อทำไมกัน? ขนเลย!”
ลูกน้องทั้งสองถลกแขนเสื้อแล้วเริ่มยกถังลงมา
พอเปิดฝาถัง พ่อค้าปลาที่อยู่บนท่าเรือก็เบิกตาค้าง กุ้งกุลาดำชั้นดีตัวโต ๆ ถูกยกขึ้นฝั่งทีละถัง แต่ละตัวใหญ่ยาวเกือบเท่าฝ่ามือ แถมยังดีดดิ้นไม่หยุด
หม่า ขุยยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าดำคล้ำลงเรื่อย ๆ เขาอ้าปากอยู่หลายครั้ง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
เจ้าของเรือที่สวมสร้อยทองเมื่อครู่ก็ยืดคอมอง บุหรี่ที่คาบอยู่ในปากร่วงลงไปแล้วยังไม่รู้ตัว
โจวหมิงหย่วนลงไปนั่งยอง ๆ ชั่งของด้วยตัวเองบนท่าเรือ ชั่งไปพลางขานตัวเลขไปพลาง
“...480, 490, 513 จินพอดี!”
เขาลุกขึ้นปัดน้ำจากมือ “น้องฉิน ของชั้นเยี่ยมทั้งนั้น สดใหม่ด้วย! ผมให้จินละ 12 หยวน 513 จิน รวมเป็น 6,156 หยวน ผมปัดให้เป็น 6,200 หยวนแล้วกัน!”
