มือที่ฉินโส่วอี้ยกชามข้าวสั่นน้อย ๆ เขาก้มหน้าก้มตากินข้าว แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
สีหน้าของหวังเยว่อิงเปลี่ยนจากงุนงงเป็นตกตะลึง แล้วกลายเป็นอับอายจนโกรธ สุดท้ายใบหน้าทั้งหน้าก็แดงก่ำราวกับตับหมู
เธอตบตะเกียบลงบนโต๊ะดังเพียะ ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินไปทางกำแพง
“ฉิน! เสี่ยว! เยี่ยน!”
เสียงตะโกนดังก้องจนฝุ่นบนขื่อร่วงกราวลงมา
“นังเด็กเวร! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! พูดจาเหลวไหลอะไรของแก! คอยดูเถอะ ฉันจะฉีกปากแกให้ขาด!”
หวังเยว่อิงคว้าไม้กวาดจากมุมกำแพง ยกขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ฉินเสี่ยวเยี่ยน
ฉินเสี่ยวเยี่ยนไหวตัวเร็วมาก รีบวิ่งหนีสุดชีวิตพลางร้องโวยวายไปด้วย “แม่! หนูทำอะไรผิดล่ะ! หนูไม่ได้พูดผิดสักหน่อย! พี่สามเบียดพี่สะใภ้สามจริง ๆ นี่นา! หนูเห็นกับตาเลย! แม่จะตีหนูทำไม! ไปตีพี่สามสิ!”
“ยังจะพูดอีก! ยังจะพูดอีก! นังเด็กบ้า วันนี้ฉันจะฉีกปากแกให้ได้!”
หวังเยว่อิงชูไม้กวาดวิ่งไล่ทั่วลานบ้าน ส่วนฉินเสี่ยวเยี่ยนซอยขาสั้น ๆ วิ่งวนรอบโอ่งน้ำอย่างรวดเร็ว พลางตะโกนเสียงดังลั่น “ช่วยด้วย! พ่อ! พี่สาม! พี่สะใภ้สาม! แม่จะตีหนูตายแล้ว!”
ถังถังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ มองย่าที่กำลังไล่ตามอาอย่างตื่นเต้นจนปรบมือเปาะแปะ “คุณย่าสู้ ๆ! คุณอารีบวิ่ง! ฮิ ๆ ๆ...”
ฉินฮ่าวก้มหน้าก้มตากินข้าว แกล้งทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
แต่ในใจก็พูดไม่ออกจริง ๆ
พ่อกับแม่ทำเรื่องอย่างว่าเมื่อคืน ทำไมไม่ลงกลอนประตูให้ดีนะ! ดันให้ยัยเด็กนี่เห็นเข้า แล้วทำไมเขาต้องเป็นคนรับเคราะห์ด้วยล่ะ!
