“เรือ! ดูนั่นสิ! มีเรืออยู่ตรงนั้น!” ใครคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างตกใจ
ทุกคนหันขวับไปมองทะเลพร้อมกัน
เรือไม้ลำเล็กฝ่าคลื่นเข้ามา ก่อนจะเทียบเข้าท่าอย่างมั่นคง คนที่ยืนอยู่ตรงหัวเรือก็คือฉินฮ่าว
รอยยิ้มภูมิใจบนใบหน้าเสิ่นหลานเซียงแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้าง เธอมองเรือลำน้อยที่ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ฝั่งอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
แปดโมงสี่สิบนาที
ฉินฮ่าวกลับมาจริง ๆ
เมื่อครู่เธอยังมั่นใจอยู่เลยว่าฉินฮ่าวต้องเกิดเรื่องแล้ว แต่พริบตาเดียวก็โดนตบหน้าฉาดใหญ่
ตอนนี้ฉินฮ่าวจอดเรือเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะกระโดดขึ้นฝั่ง
แต่ทันทีที่ขึ้นมา หวังเยว่อิงก็เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าใส่
“ไอ้เด็กเวร! ยังรู้จักกลับมาอีกเหรอ!”
เธอคว้าหูฉินฮ่าวไว้ น้ำตาแทบจะไหล “มืดค่ำขนาดนี้ยังออกทะเลอีก! ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา แม่…แม่…”
พูดต่อไม่ออกแล้ว เธอได้แต่หยิกแขนเขาแรง ๆ
เฉินหว่านซิงอุ้มถังถังเดินเข้ามา เม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ ไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่จ้องเขาอยู่อย่างนั้น
“พ่อจ๋า!”
ถังถังโผล่หน้าออกมาจากอ้อมแขนแม่ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
ฉินฮ่าวรู้สึกอบอุ่นในใจ เขายื่นมือไปลูบหัวลูกสาว ก่อนจะส่งยิ้มขอโทษให้เฉินหว่านซิง “เมียจ๋า แม่ฉันตีฉันไปแล้ว เธออย่าตีซ้ำเลยนะ ไว้หน้าให้สามีเธอบ้างสิ”
“พรืด…”
เฉินหว่านซิงหลุดหัวเราะทั้งน้ำตา
ผู้ชายคนนี้ เปลี่ยนไปจริง ๆ!
รู้ว่าเธอเป็นห่วงแท้ ๆ ยังมีอารมณ์มาหยอกให้เธอหัวเราะอีก
ฉินโส่วอี้กับฉินเช่อแค่เดินเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ
