เสิ่นลี่ได้รับข่าวจากเสิ่นเยี่ยนซู ก็รีบยื่นรายงานขอลากลับบ้านทั้งคืน เขานั่งรถเดินทางมาตลอดทั้งวันทั้งคืน
พอเข้าประตูมา เขาก็ยกมือชกเสิ่นเยี่ยนซูหนึ่งหมัดจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงกับพื้น ลุกไม่ขึ้นอยู่พักใหญ่
“หมัดนี้ ฉันชกนาย นายยอมรับไหม” เสิ่นลี่ถามเสียงเย็น
“ยอมรับ...” เสิ่นเยี่ยนซูนอนขดอยู่บนพื้น ยกมือกุมท้องไว้
“สมควรโดนชกไหม!”
“สมควร!”
เสิ่นลี่แค่นเสียงเย็น แล้วก้าวเข้าไปด้านใน เสิ่นต้าซานอยู่บ้าน ส่วนหวังชุนฮวาไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงได้โวยวายกันแล้ว
“พ่อ” เขาวางเป้ลงกับพื้นแล้วเรียก ก่อนจะเงียบไป
“ลูกคนโต เรื่องนี้เป็นความผิดของลูกคนรอง แต่...เมิ่งเจียวเจียวเป็นเด็กดีนะ ถึงสมองจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่หน้าตาก็สวย แถมซักผ้าทำกับข้าวเป็นหมด...ลูกอยากไปดูเธอกับพ่อไหม” เสิ่นต้าซานเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาก็รู้สึกขายหน้าจริง ๆ
เสิ่นลี่ครุ่นคิด เมิ่งเจียวเจียว...ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ครั้งก่อนที่เห็นเธอยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่เลย “ไปดูก็ได้”
เขาอายุปูนนี้แล้ว ตอนอายุ 16 ก็เข้ากองทัพ กว่าจะไต่เต้ามาถึงตำแหน่งนี้ได้ก็ลำบากไม่น้อย เพื่อนร่วมรบที่อยู่ข้างกายต่างก็อายุสามสิบกว่า ๆ และสร้างครอบครัวกันแล้ว มีภรรยาลูกนอนผิงเตาอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา
จะบอกว่าเขาไม่อิจฉาก็คงโกหก ที่จริงเขาอิจฉาอยู่ไม่น้อย
ถ้า...ถ้ามีคนคอยซักเสื้อผ้า ทำกับข้าวให้เขา มีลูกให้เขา แถมยังหน้าตาสวย เขาก็ไม่ได้ถึงกับยอมรับไม่ได้
เสิ่นต้าซานดีใจจนลุกพรวดขึ้นมาทันที “ไปกัน เราไปเดี๋ยวนี้เลย ลูกลาคราวนี้ไว้นานแค่ไหน ถ้าไม่พอก็ไปจดทะเบียนกันก่อน พอหนังสืออนุมัติให้ครอบครัวตามไปอยู่กับทหารออกมาแล้ว ค่อยกลับมาจัดงานแต่ง แล้วพาภรรยาไปอยู่ด้วยกัน”
พอได้ยินคำว่า ‘ภรรยา’ คิ้วของเสิ่นลี่ก็ขมวดน้อย ๆ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเขายังไม่ได้ไปพบหน้าดูตัวเลย ต่อให้ได้พบกันแล้ว จะตกลงกันได้หรือไม่ก็ยังเป็นอีกเรื่อง
“ค่อยว่ากัน” ปกติเขาก็พูดน้อยอยู่แล้ว พอโกรธขึ้นมาก็ยิ่งพูดน้อยกว่าเดิม
เสิ่นต้าซานเดินวนเข้าไปในห้อง หยิบชาสองกระป๋องแล้วพาเสิ่นลี่ไปบ้านตระกูลเมิ่ง
บังเอิญว่าวันนี้กองการผลิตหยุดพัก ทุกคนในบ้านจึงอยู่กันพร้อมหน้า
เมิ่งถิงเป็นคนเปิดประตู พอเห็นเสิ่นลี่ก็ชะงักไป ก่อนจะหันมองพี่สาวคนรองอย่างเมิ่งเจียวเจียวด้วยความประหลาดใจ
ผู้ชายคนนี้จะล่ำบึกเกินไปแล้วหรือเปล่า แขนข้างนั้นใหญ่พอ ๆ กับต้นขาของพี่รองเลย...เมิ่งถิงกลืนน้ำลาย พี่สาวที่บอบบางอ่อนแอของเธอจะรับมือไหวได้ยังไง!
หน้าตาเสิ่นลี่สู้เสิ่นเยี่ยนซูไม่ได้ แต่ถ้าดูให้ดี ทั้งสองก็คล้ายกันอยู่ไม่น้อย เพียงแต่คิ้วตาของเสิ่นลี่มีมิติชัดกว่า ดูดุดันกว่า
“น้องเมิ่ง ลูกชายฉัน เสิ่นลี่ กลับมาแล้ว พอเขากลับถึงบ้าน ฉันก็พามาที่นี่เลย นี่เป็นชา...” เสิ่นต้าซานยิ้มให้ พอเห็นว่าไม่มีใครยกเก้าอี้มาให้ เขาก็จัดการยกเองเสียเลย
ไม่ใช่แค่เมิ่งถิง คนอื่น ๆ ในบ้านตระกูลเมิ่งก็พากันตกใจไปด้วย
คราวก่อนที่เจอเสิ่นลี่ เขายังไม่ได้ล่ำบึกขนาดนี้เลย...
ดูแล้วเหมือนคนที่ต่อยหมูป่าตายได้ด้วยหมัดเดียว!
“พี่เขย!” เมิ่งเจียวเจียวกะพริบตาปริบ ๆ เห็นได้ชัดว่าจำชายตรงหน้าได้ เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยมาที่นี่ พ่อกับแม่บอกให้เรียกเขาว่าพี่เขย
เสิ่นลี่หันไปมองอย่างประหลาดใจ คำพูดของพ่อเขาไม่ผิดเลย เด็กสาวคนนี้หน้าตาสวยจริง ๆ สวยกว่าพวกสาว ๆ ในคณะศิลปะเสียอีก
ไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในตอนนั้นจะโตเป็นสาวแล้ว
เสิ่นลี่เม้มริมฝีปาก
เขาพยักหน้าให้เมิ่งเจียวเจียว แล้วนั่งลงข้างเสิ่นต้าซาน
พอเมิ่งเจียวเจียวเห็นเขาทักทาย ก็มีความสุขจนหุบยิ้มไม่อยู่ ดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว ยิ่งทำให้ดูสวยขึ้นไปอีก
มือของเสิ่นลี่ที่วางอยู่บนเข่าขยับเล็กน้อย หัวใจพลันคันยุบยิบขึ้นมา
“เสิ่นลี่ คงรู้แล้วสินะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ ครอบครัวเราก็รู้สถานการณ์ของเจียวเจียวดี ฉันขอถามตรง ๆ เลยนะ นายยินดีแต่งกับเจียวเจียวไหม” เมิ่งเฉิงเปิดประเด็นถามตรง ๆ
เสิ่นลี่หันไปมองหญิงสาว เธอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างอ่อนช้อยน่ารัก “ผมยินดี”
“เจียวเจียวของเราซักผ้าทำกับข้าวเป็น ถึงสติปัญญาจะอยู่ประมาณเด็กสิบขวบ แต่ก็ไม่ต่างจากคนอื่นมากนัก มีอยู่เรื่องเดียวคือเธอเป็นแก้วตาดวงใจที่เราเลี้ยงดูมา ตั้งแต่เด็กก็เอาแต่ใจ ฉันหวังว่านาย...หวังว่านายจะคอยปกป้องเธอไปตลอด” เมิ่งเฉิงกัดฟันพูดต่อ
“คุณอา ไม่ต้องห่วงครับ ผมหาภรรยา ไม่ได้หาคนรับใช้ ขอแค่แต่งงานกันแล้ว ผมจะดีกับภรรยาของผมแน่นอน ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ไม่มีทางลงมือทำร้ายภรรยาเด็ดขาด” เสิ่นลี่วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่า ตอบอย่างจริงจัง
เสิ่นต้าซานอดกลอกตาไม่ได้ หมอนี่เมื่อกี้อยู่บ้านยังไม่ใช่แบบนี้เลย น้ำเสียงฟังดูเหมือนลำบากใจชัด ๆ “ค่อยไปดูก่อน...”
โธ่เอ๊ย พอมาถึงที่นี่ก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะทันที!
สมแล้วที่ว่าผู้ชายเป็นพวกมองแต่หน้าตา ชอบคนสวยกันทั้งนั้น
“พี่เขย ถ้าพี่สาวคลอดลูกแล้วดูแลไม่เป็นจะทำยังไงคะ” เมิ่งเจียยื่นมือโอบเอวเมิ่งเจียวเจียว สายตาของเสิ่นลี่หยุดอยู่ตรงเอวนั้น เอวเล็กขนาดนี้เชียวหรือ แค่ใช้มือข้างเดียวก็น่าจะกำรอบแล้ว
“ในบ้านพักครอบครัวทหารมีป้า ๆ อยู่เยอะ ถ้าไม่ไหว ผมก็จ้างคนมาช่วยดูแล” เสิ่นลี่ไม่คิดเลยว่าเพิ่งพบหน้าดูตัวกัน เรื่องจะลามไปถึงลูกแล้ว
ถ้าลูกเป็นผู้หญิงก็คงดี จะได้มีลูกสาวที่หน้าตาเหมือนเมิ่งเจียวเจียว พาออกไปข้างนอกแล้วคงน่าภูมิใจน่าดู
คนอื่นคงอิจฉาจนตาย!
เสิ่นลี่กระแอมเบา ๆ กลบมุมปากที่เกือบยกขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ พวกคุณคิดเรื่องงานแต่งไว้ยังไงบ้าง” หลี่ซิ่วเหมยเห็นว่าแววตาของเขาใสซื่อ ดูไม่เหมือนพูดโกหก ในใจก็สบายขึ้นมาบ้าง
“จดทะเบียนกันก่อน แล้วค่อยแต่งงานหลังหนังสืออนุมัติให้ครอบครัวตามไปอยู่กับทหารออกมา” เสิ่นต้าซานเอ่ย
“ไม่ได้!” เมิ่งหวยเหลียนพุ่งออกมาจากห้อง ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงอยู่บ้าง ช่วงสองวันนี้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ คนในบ้านแทบไม่มีใครพูดกับเธอ ยกเว้นเมิ่งเจียวเจียว อาการแพ้ท้องก็เริ่มมาแล้ว แค่ดื่มน้ำก็ยังอาเจียน
ใครจะรู้ว่าหนังสืออนุมัติให้ครอบครัวตามไปอยู่กับทหารจะออกมาเมื่อไร ถ้าต้องรอถึงตอนนั้น ท้องของเธอคงโตแล้ว ถึงตอนนั้นคนอื่นรู้เข้าคงหัวเราะเยาะเธอจนตายแน่
“ไม่ได้! รอหนังสืออนุมัติออกมาไม่ได้ ฉันจะแต่งวันเดียวกับเจียวเจียว! ฉันเห็นแล้วว่าอีกสองวันเป็นวันดี” เมิ่งหวยเหลียนมองเสิ่นลี่ รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ดูก็รู้ว่าเป็นคนหยาบกระด้าง คนแบบนี้ต้องหยาบคาย ไม่มีความรู้ และไม่รู้จักทะนุถนอมคนแน่
พอเห็นเสิ่นลี่ในสภาพนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเลือกถูกแล้ว
“รีบขนาดนั้นเลยหรือ” เสิ่นต้าซานขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือคนตระกูลเมิ่งกำลังวางแผนหลอกครอบครัวเขาอยู่ ไม่ควรเป็นแบบนั้นนะ ใคร ๆ ในกองการผลิตก็รู้ว่าเมิ่งเฉิงเป็นคนยังไง
“ฉันท้องแล้ว ฉันท้องลูกของเสิ่นเยี่ยนซู!” เมิ่งหวยเหลียนกัดฟันพูด “ฉันรอถึงวันนั้นไม่ไหวแล้ว ไม่ให้ฉันแต่งก่อน ก็แต่งพร้อมกันไปเลย!”
“อะไรนะ!” เสิ่นต้าซานเงยหน้ามองเธออย่างตกใจ “พูดว่าอะไรนะ!”
“ฉันบอกว่าฉันท้องแล้ว!” เมิ่งหวยเหลียนตัดสินใจไม่สนอะไรอีกต่อไป “พวกคุณจัดการกันเองแล้วกัน”
เธอทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น ก่อนจะหน้าแดงแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้อง
