ทว่าไม่ว่าซูเจียวหรือจ้าวหยวนต่างก็ไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเขา
จ้าวหยวนโบกมือ “ลากตัวลงไป รวมกับคนพวกนั้น อีกสามวันค่อยประหารด้วยการแล่เนื้อเถือหนัง”
จากนั้นจ้าวหยวนก็เอ่ยชื่อขุนนางอีกหลายคน สั่งปลดจากตำแหน่งและสอบสวน แม้ผู้ว่าแคว้นอู่โจวจะไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย แต่ก็รักษาตำแหน่งไว้ไม่ได้ ถูกย้ายไปเป็นนายอำเภอในดินแดนเนรเทศแห่งหนึ่ง
วงการขุนนางทั่วอู่โจวสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ใครควรถูกย้ายก็ถูกย้าย ใครควรถูกปลดก็ถูกปลด ใครควรถูกเนรเทศก็ถูกเนรเทศ
ท้ายที่สุด ขุนนางไม่กี่คนที่ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาแทนที่ อีกทั้งยังย้ายขุนนางจากที่อื่นมาเสริมอีกจำนวนหนึ่ง
ไม่นานนัก จดหมายด่วนฉบับหนึ่งก็ถูกส่งกลับไปยังเมืองหลวง
“รัชทายาท ฝ่าบาทส่งจดหมายมาพ่ะย่ะค่ะ!”
มือที่จับพู่กันของเจ้าจื้อสั่นไหวเล็กน้อย สัญชาตญาณบอกเขาว่าคงไม่ใช่เรื่องดี
เขาไม่คิดหรอกว่าพอเสด็จพ่อออกจากเมืองหลวงแล้ว ยังจะทรงนึกถึงบรรดาลูกชายที่กำลังทำงานหนักจนแทบตายในเมืองหลวง
พอเปิดอ่าน ก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ!
ภารกิจมาแล้ว!
ฝ่าบาทรับสั่งให้เขาจัดการกวาดล้างการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยน
เจ้าจื้อ: …
เจ้าจื้อส่งเสียงร้องลั่นอย่างเหลืออด
เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ!
นี่ทรงเห็นว่าลูกชายมีมากเกินไป อยากให้ทำงานจนตายไปสักสองคนหรือพ่ะย่ะค่ะ?
เจ้าจื้อค่อย ๆ หันไปมองลูกชายคนโตที่กำลังทำการบ้านอยู่ข้าง ๆ
“ท่านพ่อ?”
เจ้าจื่อโหย่วเอ่ยถามอย่างสงสัย
เจ้าจื้อแย้มยิ้มอ่อนโยน “จื่อโหย่ว การบ้านที่อาจารย์ใหญ่ให้ไว้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะทำเสร็จ?”
