แต่แรกจ้าวหยวนบอกว่าจะไปเจียงหนาน แค่สามเดือนก็กลับ
แต่พอเขากลับมาจริง ๆ หิมะแรกของปีก็ตกในเมืองหลวงแล้ว แม้ลมหนาวที่พัดวูบอยู่กลางอากาศจะเย็นยะเยือกจนเสียดกระดูก ก็ยังไม่อาจแช่แข็งหัวใจอันร้อนรุ่มของเจ้าจื้อที่มารอรับจ้าวหยวนได้
เสด็จพ่อ!
ในที่สุดพระองค์ก็กลับมาแล้ว!
ลูกใกล้จะเหนื่อยตายในพระตำหนักฉินเซียนอยู่แล้ว!!!
ข้างกายมีเจ้าจื่อโหย่ว เด็กน้อยที่เมื่อครึ่งปีก่อนยังยิ้มอย่างไร้เดียงสา ทว่าตอนนี้กลับทำหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ มองอย่างไรก็คล้ายจ้าวหยวนอยู่เจ็ดแปดส่วน
จ้าวหยวนเพิ่งก้าวเข้าประตูวังได้ไม่นาน เจ้าจื้อก็อ้างว่าป่วยแล้วนอนแน่นิ่งอยู่ที่บ้านทันที
เหลือเพียงเจ้าจื่อโหย่วกับจ้าวหยวน ปู่กับหลานที่ได้แต่มองหน้ากัน
จ้าวหยวน: …
“พ่อแกนี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ”
จ้าวหยวนสบถออกมา
แม้เขาจะใช้งานลูก ๆ อย่างหนัก แต่ถึงอย่างไรลูกชายแต่ละคนก็โตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
ลองดูเจ้าจื่อโหย่วสิ เพิ่งจะอายุเท่าไรกันเอง?
เขาแค่ให้เด็กคนนี้เรียนหนังสือ ไม่เคยสั่งให้ช่วยตรวจฎีกาเสียหน่อย
เจ้าจื่อโหย่วไม่กล้าพูดอะไร แต่แววตาของเขาบอกชัดว่าเห็นด้วยเต็มที่
แต่ถึงเจ้าจื้อจะทำตัวเหลวไหลอย่างไร งานที่ปู่กับหลานต้องทำก็ยังต้องทำอยู่ดี จ้าวหยวนกลับมาอย่างกะทันหัน แถมไม่ได้ตรวจฎีกามาเกือบครึ่งปี พอเริ่มลงมือจึงยังไม่ค่อยคุ้นชินนัก
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นฮ่องเต้มาหลายสิบปี แค่ครู่เดียวก็กลับมาคล่องแคล่วเหมือนเดิม
ระหว่างที่เขากำลังเหน็ดเหนื่อยอยู่ ซูเจียวก็กลับถึงเรือนราชครูแล้ว
“คารวะราชครู!”
ทหารองครักษ์และบ่าวรับใช้ยืนเรียงสองข้างทาง ค้อมกายต้อนรับ
หลังแช่น้ำร้อนจนสบายตัว ให้สาวใช้ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า ซูเจียวก็ทิ้งตัวลงบนเตียงใหญ่ที่ทั้งนุ่มและอบอุ่น หลับไปก่อนหนึ่งตื่น
