หร่วนอวี้อยากเลิกกับเขาอย่างสงบ
แต่เธอกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธ กลัวพระเอกจะคิดว่าเธอเป็นฝ่ายทอดทิ้งเขา ดังนั้นถึงจะเลิกกัน ก็ต้องให้พระเอกเป็นฝ่ายยินยอมเท่านั้น
หร่วนอวี้จึงยื่นมือไปกอดเขาตอบอีกครั้ง กลัวเหลือเกินว่าพระเอกจะโกรธ
เธอนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบตกลงว่าจะอยู่ต่อ และไม่ได้พูดเรื่องเลิกกันอีก ลู่เฉิงอวิ๋นกอดเธอไว้เนิ่นนาน ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ลู่เฉิงอวิ๋นก็ไม่มีอารมณ์จะรับสาย
หร่วนอวี้ผลักเขาเบา ๆ ชายหนุ่มมองเธออย่างระมัดระวัง ก่อนกดรับสาย ปลายสายโทรมาเร่งให้เขากลับไปทำงาน
ลู่เฉิงอวิ๋นตอบโดยไม่ต้องคิด «ช่วยลางานให้ผมหน่อย ขอบคุณ»
แฟนสาวกำลังจะเลิกกับเขา เขาไม่มีแก่ใจกลับไปทำงานล่วงเวลาเลยสักนิด ลู่เฉิงอวิ๋นไม่เคยรู้สึกรังเกียจงานเท่านี้มาก่อน
หร่วนอวี้นั่งนิ่งไม่ไหวติง ลู่เฉิงอวิ๋นวางสายแล้วถามเธอว่า «คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม หิวแล้วหรือเปล่า? ผมไปต้มบะหมี่ให้สักชาม เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ รอผมนะ»
ลู่เฉิงอวิ๋นปล่อยเธอ แล้วรีบไปต้มบะหมี่ชามหนึ่ง
แต่หร่วนอวี้ไม่ได้กิน
เธอขึ้นไปนอนบนเตียงแล้ว
หัวใจลู่เฉิงอวิ๋นปวดร้าว เขาไม่เคยเห็นหร่วนอวี้เศร้าขนาดนี้มาก่อน ราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนไม่อยากแม้แต่จะกินข้าว
เขาถือชามไว้ มือกำตะเกียบแน่น ร่างแข็งทื่อยืนอยู่ใต้ไฟตรงทางเดิน แผ่นหลังสั่นไหวเล็กน้อย
ชายหนุ่มลงไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย
«บ้านผมถูกขโมยของ ช่วยเปิดกล้องวงจรปิดชั้นนี้ให้ดูหน่อยครับ» ลู่เฉิงอวิ๋นปั้นเรื่องขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย
ยามเห็นว่าเขาหน้าตาสุภาพเรียบร้อย จึงไม่ได้สงสัยอะไร ไม่นานก็เปิดภาพจากหลังเขาออกไปทำงานตอนเช้าให้ดู เขาเห็นหลี่เว่ยเซิ่งเอาของมาส่งให้หร่วนอวี้ ทั้งยังรั้งเธอไว้ไม่ให้กลับบ้าน และหร่วนอวี้ก็จ้องอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึงอยู่นาน
