บนกล่องมีชื่อพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ปรากฏชัดเจน เป็นเครื่องประดับไข่มุกแบรนด์ดังที่มีราคาสูงลิ่ว
หร่วนอวี้พูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “ก็แค่ถุงขยะไม่กี่ใบ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนด้วยของแพงขนาดนี้หรอกค่ะ”
พูดจบ เธอก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ ก่อนหันหลังจะกลับเข้าบ้าน
หลี่เว่ยเซิ่งคว้าข้อมือเธอไว้ ยังไม่ยอมแพ้ “เปิดดูสิ เป็นเครื่องประดับไข่มุกทั้งชุดเลยนะ มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แล้วก็ต่างหู”
หร่วนอวี้รู้สึกไม่สบายใจที่ถูกแตะต้อง เธอไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาถูกเนื้อต้องตัว ขณะที่กำลังทำหน้าบึ้ง เตรียมจะตำหนิเขา
หลี่เว่ยเซิ่งก็ยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า “อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ รถที่ผมขับเป็นปอร์เช่นะ รวยกว่าแฟนคุณตั้งเยอะ”
ผู้ชายสูงหนึ่งเมตรเก้าสิบคนนั้นหน้าตาหล่อก็จริง แต่เสื้อผ้าที่สวมล้วนเป็นแบรนด์ธรรมดา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาเสียยิ่งกว่าธรรมดา จะเอาอะไรมาเทียบกับฐานะร่ำรวยของเขาได้
ใครจะคิดว่าเมื่อหร่วนอวี้ได้ยินคำว่าปอร์เช่ จู่ ๆ สมองก็ปลอดโปร่งขึ้นมา รายละเอียดเล็ก ๆ ในหนังสือที่เธอลืมไปพลันผุดขึ้นมาในความคิด
มิน่าล่ะ เธอถึงรู้สึกว่าชื่อหลี่เว่ยเซิ่งคุ้นหูนัก
ที่แท้เขาก็คือ...
ชู้รักที่ร่วมมือกับเจ้าของร่างเดิมขายลู่เฉิงอวิ๋นให้ร้านค้าบริการทางเพศนั่นเอง!
ในนิยายต้นฉบับระบุไว้ว่า ครอบครัวของหลี่เว่ยเซิ่งร่ำรวยมาก เขาอาศัยทีมทนายฝีมือดี จึงไม่เคยหวาดกลัวอะไรเลย
สุดท้ายลู่เฉิงอวิ๋นพลิกฐานะกลับมาเป็นท่านไท่จื่อ ติดต่อทีมทนายชั้นนำที่สุดในประเทศ แล้วส่งหลี่เว่ยเซิ่งเข้าคุกได้สำเร็จ
แต่หลี่เว่ยเซิ่งไม่ใช่คนที่เจ้าของร่างเดิมรู้จักตอนอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินหรอกหรือ?
