การสัมภาษณ์งานของลู่เฉิงอวิ๋นเป็นไปอย่างราบรื่น อย่างที่เหลียงเฉวียนบอกไว้ แค่ทำตามขั้นตอนเท่านั้น บริษัทใจกว้างเสนอเงินเดือนปีละ 3 ล้าน โดยมีเงินเดือนพื้นฐาน 15 เดือน
หร่วนอวี้ตื่นแต่เช้า คว้าเครื่องคิดเลขมาคำนวณเงินเดือนรายเดือนหลังหักภาษีของเขา จากนั้นก็อุทานอย่างตกใจว่า “เงินเดือนหลังหักภาษีเดือนละ 120,000 เลยเหรอ? ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วก็ภาษี หักไปเยอะขนาดนี้เชียว?”
ลู่เฉิงอวิ๋นอธิบายว่า “คนรายได้สูงก็ต้องช่วยประเทศมากหน่อย ยิ่งรายได้สูง อัตราภาษีก็ยิ่งสูง”
หร่วนอวี้คิดแล้วก็เห็นด้วย เธอมีรายได้เดือนละ 5,000 ยังไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีเลย แบบนี้แปลว่าประเทศรักคนจนน่ะสิ
เธอถือเครื่องคิดเลขคำนวณต่อ “หักหนี้ที่ต้องจ่ายให้ธนาคารไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ละเดือนก็ยังเหลือ 60,000 ไม่น้อยเลยนะ!”
หญิงสาวยิ้มแย้ม พอใจกับรายได้นี้มาก
ลู่เฉิงอวิ๋นลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน ใช้โฟมล้างหน้าจนสะอาดแล้วก็ถูกหร่วนอวี้เรียกไปนั่งบนพรมสีชมพู รอให้แฟนสาวมาทาครีมจากขวดกระปุกสารพัดอย่างให้
หร่วนอวี้เหมือนจะค้นพบเรื่องสนุกเข้าให้แล้ว
ดูเหมือนเธอจะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษเวลาได้แต่งตัวให้เขา
สำหรับคนที่ไม่เคยบำรุงผิวมาก่อน ผลลัพธ์ในช่วงแรกย่อมเห็นชัดเป็นพิเศษ เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าผิวของลู่เฉิงอวิ๋นขาวขึ้นมาก บรรยากาศดุดันแบบชายชาตรีถูกกลิ่นอายสุภาพแบบบัณฑิตเจือจางลง พอสวมเสื้อฮู้ดก็ยิ่งดูเรียบร้อยอ่อนโยน
หร่วนอวี้ตบครีมลงบนใบหน้าเขาไปพลาง ถอนใจชมไปพลาง “ผิวคุณนุ่มลื่นขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ครีมตัวนี้ดีจริง ๆ”
