เขาสูดหายใจลึก พยายามทำใจยอมรับความลำบากทุกอย่างที่คนจนต้องเผชิญ
แม้น้ำจะหยดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่กว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าตอนช่างกุญแจเริ่มงาน น้ำก็คงยังไม่ท่วมบ้านเสียก่อน
ลู่เฉิงอวิ๋นเห็นว่าพื้นถูกหร่วนอวี้เก็บกวาดไปแล้วรอบหนึ่ง
เขาค่อนข้างประหลาดใจ
ลู่เฉิงอวิ๋นจัดผ้าปูเตียงที่เกือบแตะพื้นให้เรียบร้อย แล้วสอดชายผ้าไว้ใต้ที่นอนเพื่อไม่ให้เปียกน้ำ
เสียงหยดน้ำตกลงในกะละมังค่อนข้างดัง
เขาจึงหยิบเสื้อไหมพรมสองตัววางลงในกะละมัง ผ้านุ่ม ๆ ช่วยซับแรงกระแทก เสียงจะได้ไม่ดังนัก
เขาเก็บกระดานวาดภาพกับภาพสเกตช์จากบนเตียง อุ้มไปวางไว้บนตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ ตำแหน่งนี้มีแค่เขาที่เอื้อมถึง
ลู่เฉิงอวิ๋นกลับขึ้นเตียง นั่งลงข้างหร่วนอวี้แล้วพูดเสียงเบา “ช่างกุญแจจะมาพรุ่งนี้แปดโมง นอนก่อนเถอะ ใกล้เที่ยงคืนแล้ว”
หร่วนอวี้ตื่นเต้นจนเหงื่อออกท่วมตัว
เธอค่อย ๆ ลดมือลง แม้ยังไม่ทันได้ผ่อนคลายเต็มที่ สายฟ้าสว่างวาบก็ฟาดขึ้นนอกหน้าต่างอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าฟ้าร้องคราวต่อไปจะดังยิ่งกว่าเดิม
ใบหน้าของหร่วนอวี้ซีดเผือดกว่าเก่า
ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น เธอพยายามเบียดตัวเข้าไปชิดมุมห้อง
แต่สุดมุมแล้วก็ไม่มีทางถอยต่อ
เธอเหมือนนักโทษประหารที่รอรับโทษทัณฑ์อันโหดร้าย เฝ้ารอการลงทัณฑ์นั้น
“ครืน! ครืนครั่น—”
เสียงฟ้าร้องดังกว่าครั้งก่อน ๆ ดังขึ้น
หร่วนอวี้พลันถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น ๆ กลิ่นสะอาดสดชื่นเย็นเยียบจากตัวชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้าจมูกและปากของเธอไม่ขาดสาย
