“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอ รีบแกะพัสดุให้ฉันดูหน่อย!” หร่วนอวี้ยิ้มร่าโบกมือเรียกเขา แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเห็นของในพัสดุ
คำพูดนั้นทำให้ชายทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน
หลี่เว่ยเซิ่งไม่คิดเลยว่าเธอจะมีแฟนหนุ่ม แถมยังสูงหล่อเสียจนเมื่อเทียบกันแล้ว เขาดูเตี้ยไปถนัดตา
ส่วนลู่เฉิงอวิ๋นตกตะลึงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หร่วนอวี้เรียกเขาแบบนั้น นอกจากจะประหลาดใจแล้ว ในใจยังหวานชื่นขึ้นมาไม่น้อย ความขุ่นเคืองเมื่อครู่พลันมลายหายไปจนหมด
“เข้าบ้านก่อนแล้วฉันจะแกะให้” ลู่เฉิงอวิ๋นตอบเธอ ก่อนหันไปบอกหลี่เว่ยเซิ่งว่า “ขอทางหน่อย”
หลี่เว่ยเซิ่งมองประตูห้องของทั้งคู่ปิดลงต่อหน้าต่อตา จึงค่อยกำหมัดแน่น แววตาเย็นเยียบ
เรียกกันว่าที่รัก แสดงว่ายังไม่ได้แต่งงานสินะ?
ยิ่งไปกว่านั้น การแย่งแฟนคนอื่นมาได้ถึงจะสนุก
ทันทีที่เข้าบ้าน หร่วนอวี้ก็วนเวียนอยู่รอบพัสดุ เฝ้ารอให้เขาแกะกล่องด้วยใจจดใจจ่อ แต่ลู่เฉิงอวิ๋นกลับไม่รีบร้อน เขาวางกล่องลงกับพื้นแล้วเริ่มซักไซ้แฟนสาว “เมื่อกี้ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
หร่วนอวี้กะพริบตาปริบ ๆ พลางตอบอย่างไร้เดียงสาว่า “เพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมา เขามาขอยืมถุงขยะจากบ้านเรา”
ลู่เฉิงอวิ๋นแค่นเสียงเบา ๆ “แค่ยืมถุงขยะยังต้องจับมือ มีพิรุธชัด ๆ”
เขาดูออกว่าผู้ชายคนนั้นคิดอะไรอยู่ แทบจะเขียนไว้บนหน้าแล้วด้วยซ้ำ
หร่วนอวี้หัวเราะคิก “ใช่ไหมล่ะ คุณก็คิดว่ามีพิรุธเหมือนกัน เพราะงั้นเมื่อกี้ฉันถึงรีบเรียกคุณแบบนั้น ให้เขารู้ว่าฉันมีแฟนแล้ว”
ต้องทำให้ท่านไท่จื่อรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
