หร่วนอวี้พูดอย่างเขินอายว่า “ไม่ใช่หรอกค่ะ เขาทำงานบริษัทอินเทอร์เน็ต ปกติงานหนักมาก กว่าจะเลิกงานก็ลากยาวไปจนดึกดื่นทุกวัน”
“อ๋อ บริษัทอินเทอร์เน็ตนี่เอง งั้นก็สมเหตุสมผลแล้ว” อาเฉียวเข้าใจทันที “แม่ฉัน เอ่อ ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึงเจ้าพ่อในแวดวงปักกิ่งที่อยากจับฉันขังน่ะ เธอทำงานด้านอินเทอร์เน็ต กลางคืนก็โต้รุ่งทุกวันจนหงุดหงิดง่ายไปหมด”
ยิ่งฟัง หร่วนอวี้ก็ยิ่งรู้สึกสงสารเธอ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ลำบากมากเลยนะคะ”
ถึงจะไม่ต้องกังวลเรื่องกินอยู่ แต่ถูกขังไว้แล้วโดนด่าทุกวันแบบนั้น คงเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายแน่
อาเฉียวกลั้นขำอย่างยากลำบาก ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กซื่อบื้อคนนี้โผล่มาจากไหน พูดอะไรไปอีกฝ่ายก็เชื่อหมด แววตาใสซื่อราวกับนักศึกษาเลยทีเดียว
หลังกลับถึงบ้าน หร่วนอวี้ยังส่งข้อความหาอาเฉียวผ่านวีแชตอยู่ จนแน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าพักในโรงแรมอย่างปลอดภัยแล้ว จึงค่อยวางใจไปอาบน้ำ
คืนนั้น ลู่เฉิงอวิ๋นกลับมาถึงตอนตี 4
แฟนสาวทำตามที่เขากำชับ เข้านอนแต่หัวค่ำเรียบร้อย เธอสวมชุดนอนผ้าไหมแขนยาว หลับเงียบ ๆ อยู่บนพื้นที่ของตัวเอง ดูราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก
ลู่เฉิงอวิ๋นอดใจไม่ไหว โน้มตัวเข้าไปจูบปลายจมูกเธอเบา ๆ
ชั่วขณะถัดมา เขากลับชะงักกึก
แววตาพลันคมกริบขึ้น
บนเส้นผมของหญิงสาวมีกลิ่นน้ำหอมแปลกหน้า ไม่ใช่กลิ่นผลไม้อ่อน ๆ แต่เป็นน้ำหอมกลิ่นหรูหราที่เข้มข้น แถมยังคุ้นเคยและราคาแพง
เหมือนกลิ่นของคนชั้นสูงที่เขาเคยพบตามงานเลี้ยงธุรกิจตอนเริ่มสร้างกิจการ
