ตั้งแต่เข้าทำงาน ลู่เฉิงอวิ๋นก็ยุ่งจนแทบไม่ได้หยุดพัก แม้แต่เหลียงเฉวียนที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน เขายังแทบไม่ได้เจอเป็นครั้งที่สอง ทุกวันไม่อยู่ในห้องประชุม ก็อยู่ระหว่างทางไปห้องประชุม
หร่วนอวี้พูดเสียงหวานว่า “คุณงานยุ่งเกินไปแล้วนะ ฉันเห็นว่าคุณแทบไม่มีเวลานอน เลยจัดการทุกอย่างเองหมด ฉันก็มีความสามารถพอจะทำอะไรด้วยตัวเองได้เหมือนกันนะ”
ลู่เฉิงอวิ๋นหลุบตาลง ถามอย่างไม่แน่ใจว่า “คุณย้ายบ้านเพราะผมหรือเปล่า?”
“ใช่สิ” หร่วนอวี้ตอบอย่างไม่ลังเล “ฉันตั้งใจเลือกชุมชนที่อยู่หลังบริษัทคุณ เดินแค่ 100 เมตรก็ถึงแล้ว แบบนี้ตอนเที่ยงคุณยังกลับมางีบได้ด้วย”
“คุณ...”
ลู่เฉิงอวิ๋นอยากถามเธอเหลือเกินว่า เธออยากให้เขากลับบ้านบ่อยขึ้นหรือเปล่า
แต่ก็คิดว่าถ้าถามออกไป หร่วนอวี้คงกระอักกระอ่วน เพราะตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่ในช่วงงอนกัน หร่วนอวี้บอกว่าต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนถึงจะยอมให้เขาจูบ
“เป็นอะไรไปคะ?” หร่วนอวี้ถามเขาผ่านสาย
ลู่เฉิงอวิ๋นได้สติกลับมา “ไม่มีอะไร คุณจะย้ายวันไหน? ผมจะลางานสักวัน กลับไปช่วยย้ายของ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันหาบริษัทขนย้ายแบบครบวงจรไว้แล้ว” หร่วนอวี้บอก “ตอนนี้ค่าแรงต่อวันของคุณสูงมากเลยนะ ทีมขนย้ายทั้งทีมยังหาได้ไม่เท่าค่าแรงต่อชั่วโมงของคุณด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่เรื่องค่าแรงสักหน่อย วันนี้ย้ายหรือเปล่า? ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” ลู่เฉิงอวิ๋นยืนกรานว่าจะช่วย
“เอ่อ...แต่ฉันนัดบริษัทขนย้ายไว้แล้ว พวกเขาใกล้จะมาถึงแล้วด้วย” หร่วนอวี้ไกล่เกลี่ย “งั้นคุณไปรอฉันที่บ้านใหม่ดีไหม? อยู่หลังบริษัทคุณเอง”
