หร่วนอวี้รู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยน้ำอุ่น เรี่ยวแรงในร่างถูกสูบหายไปจนหมด ทำได้เพียงซบอยู่ในอ้อมแขนของเขา แลกเปลี่ยนลมหายใจกัน
มือที่โอบเอวเธอค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนสัมผัสกับเสื้อผ้าของเธอ
หร่วนอวี้ปัดมือนั้นลง แต่ฝ่ามือใหญ่กลับอดไม่ได้ที่จะขยับขึ้นมาอีก ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำขึ้นทันที
เธอหยุดจูบ ซุกอยู่ตรงซอกคอของเขา พลางถามเสียงหอบเบา ๆ ว่า “ลู่เฉิงอวิ๋น คุณจะทำอะไรน่ะ?”
ลู่เฉิงอวิ๋นรีบทำตัวเป็นคนดี “ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย”
พูดจบเขาก็โน้มลงจุ๊บแก้มเธออีกที ก่อนลุกพรวดจากพรมอย่างว่องไว “ผมไปทำกับข้าวนะ!”
หร่วนอวี้ลุกขึ้นทั้งที่ยังหอบหายใจ พอตรวจดูว่าเสื้อผ้าบนตัวเรียบร้อยดีแล้ว ก็ยังดึงชายเสื้อด้านหลังลงอีกนิด
เธอลูบแก้มที่ร้อนผ่าว พึมพำว่า “เกือบไปแล้วเชียว…”
พูดจบก็เหลือบมองลู่เฉิงอวิ๋นด้วยสายตาขุ่นเคือง
ชายหนุ่มกำลังซาวข้าวอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาและเคร่งขรึม ดูสูงส่งเกินเอื้อม ราวกับคนที่เมื่อครู่คิดจะทำเรื่องไม่ดีไม่ใช่เขา
หร่วนอวี้ปรับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ในวีแชต อาเฉียวเพิ่งส่งข้อความมาให้เธอ “สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้น้องสาวสุดที่รักของพี่ขายภาพวาดได้ดีเป็นเทน้ำเทท่าในปีใหม่นะ!”
หร่วนอวี้เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
อาเฉียวใส่ใจเธอที่สุด รู้ว่าเธอให้ความสำคัญกับอะไร
หร่วนอวี้พิมพ์คำอวยพรยาวเหยียดตอบกลับไปทันที “ขอบคุณค่ะ ขอให้พี่อาเฉียวสุขสันต์วันปีใหม่เหมือนกันนะคะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่น มีความสุขทุกวันเลย!”
