บาดแผลของลู่เฉิงอวิ๋นจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ยาที่เขาใช้มีฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ หลายครั้งเขาจึงเอาแต่นอน
หร่วนอวี้เพิ่งลาออกจากงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตพอดี เธอยกกระดานวาดรูปมาด้วย แล้วนั่งทำงานอยู่หน้าเตียงผู้ป่วย หากต้องการอะไรก็ช่วยเรียกพยาบาลมาเปลี่ยนสายน้ำเกลือให้เขา
เวลาเธอวาดรูปจะตั้งใจมาก แต่ก็กลัวว่าจะดูสายน้ำเกลือไม่ทัน จึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ คอยแวะมาดูเป็นระยะ
ตอนเฝ้าไข้กลางคืนก็ทำแบบเดียวกัน
สุดท้ายพยาบาลเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ จึงบอกเธอว่า “ซื้อเครื่องเตือนน้ำเกลือได้นะ พอน้ำเกลือหมดมันก็จะส่งสัญญาณเตือน ไม่ต้องคอยจ้องตลอดเวลา”
หร่วนอวี้ราวกับเปิดโลกใบใหม่ “มีของที่ใส่ใจขนาดนี้ด้วยเหรอคะ... แพงไหม?”
ปฏิกิริยาแรกของคนจนย่อมเป็นการกลัวว่าตัวเองจะซื้อไม่ไหว
พยาบาลตอบว่า “ก็แพงอยู่นิดหน่อย”
“เท่าไรคะ?” หร่วนอวี้ถามอย่างกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าต้องหลายร้อยหยวนหรือเปล่า ถ้าแพงเกินไปก็คงไม่ซื้อ
“14 หยวน”
หร่วนอวี้ “...”
คำว่าแพงของบุคลากรทางการแพทย์นี่ชวนตกใจจริง ๆ
หร่วนอวี้สั่งซื้อทันที ไม่นานของวิเศษชิ้นนั้นก็มาถึง
พอมีตัวช่วย เธอก็นอนหลับได้สนิทกว่าเดิม แต่เพราะต้องลุกขึ้นมาดูหลายครั้ง พอเช้าวันถัดมาลู่เฉิงอวิ๋นลืมตาขึ้นก็เห็นว่าเธอมีรอยคล้ำใต้ตา
หร่วนอวี้ขยี้ตา ก่อนถามอย่างอ่อนแรงว่า “ลู่เฉิงอวิ๋น คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ลู่เฉิงอวิ๋นรู้สึกไม่สบายใจ
เขาสงสารที่เธอต้องลำบากไปกับเขา
พลันนึกถึงคำพูดที่เธอเคยด่าว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์
