ลู่เฉิงอวิ๋นดันเธอเดินออกไปข้างนอก “ไปเอาบัตรประชาชนกันเถอะ”
หร่วนอวี้เงียบไม่พูดอะไร ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ฉันไม่ไป”
“ลู่เฉิงอวิ๋น บ้านหลังนี้ฉันรับไว้ไม่ได้” หญิงสาวปฏิเสธอีกครั้ง แววตามุ่งมั่นแน่วแน่
ลู่เฉิงอวิ๋นขมวดคิ้วพูดว่า “ไม่ได้ให้คุณ นี่เป็นบ้านของเราสองคน”
ทำไมเธอถึงทำให้เขารู้สึกอยู่เสมอว่าเธออาจจะจากไป?
ลู่เฉิงอวิ๋นรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรง
เขาดึงคอเสื้อ รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก แต่ก็ไม่รู้จะระบายออกที่ไหน
“งั้นก็ใส่ชื่อคุณสิ ยังไงฉันก็อยู่ด้วย ถือว่าเป็นบ้านของเราสองคนเหมือนกัน” หร่วนอวี้ย้อนคำพูดเขากลับไป
พี่ใหญ่ที่นั่งดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมา
สมัยนี้ยังมีคู่รักที่ซื้อบ้านแล้วผลัดกันยกตำแหน่งเจ้าบ้านให้อีกหรือ แปลกจริง ๆ
ลู่เฉิงอวิ๋นสูดหายใจลึก กดเสียงให้เบาลงแล้วพูดว่า “มาตรการผ่อนผันของธนาคารยังเหลืออีกปีกว่า ถ้าใส่ชื่อผม ถึงตอนนั้นบ้านจะถูกยึดไปใช้หนี้ แล้วเราก็จะไม่มีบ้านอยู่ด้วย”
หร่วนอวี้ชะงักไปเลย
เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
ตอนนี้ลู่เฉิงอวิ๋นยังติดหนี้ธนาคารก้อนโต ทุกเดือนพอเงินเดือนออก เขาก็จะโอนให้เธอตรงเวลา เพื่อไม่ให้ธนาคารที่บ้าคลั่งมายึดไปหมด
โบนัสสิ้นปีที่เพิ่งได้เดือนนี้ เขาได้รับเงินสดแปดแสนหยวนเพราะผลงานดีเยี่ยม แต่พอหักภาษีกับเงินสมทบประกันทั้งห้ารายการและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ธนาคารยังยึดไปอีกครึ่งหนึ่ง สุดท้ายเหลือเงินเข้ากระเป๋าแค่สองแสนกว่า
