ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หร่วนอวี้สังเกตว่าอาเฉียวดูจะชอบเวลาฟู่เหวินเจิงทำท่าไม่สนใจคนอื่นอยู่ไม่น้อย ใบหน้าของเขายามไร้รอยยิ้มมีแววดุดันเป็นทุนเดิม แถมยังแผ่แรงกดดันออกมาอย่างหนักหน่วง ซึ่งข้อนี้คล้ายลู่เฉิงอวิ๋นอยู่บ้าง
แต่ไม่นานหร่วนอวี้ก็ค่อย ๆ เข้าใจ
ที่แท้อาเฉียวรู้สึกว่าก่อนหน้านี้มีบางอย่างผิดปกติ ก็เพราะเดิมทีเธอชอบผู้ชายดุดันแบบนี้อยู่แล้ว พอฟู่เหวินเจิงเลิกเสแสร้ง เขาก็สามารถขึ้นแท่นเป็นพระเอกคนใหม่ที่นางเอกในนิยายต้นฉบับเลือกได้
ทุกอย่างลงตัวเป็นวงจร
เพียงแต่นิยาย《ตกอยู่ในสีสันปักกิ่ง》เปลี่ยนพระเอกแล้ว
ส่วนลู่เฉิงอวิ๋นก็ได้เป็นของเธออย่างเปิดเผยและถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเสียที
หร่วนอวี้ยิ้มออกมา
เธอยกแก้วขึ้น กล่าวอวยพรจากใจจริงว่า “ขอให้มิตรภาพของพวกเรายั่งยืน และมีความสุขทุกวัน!”
ทุกคนกล่าวพร้อมกันว่า “ชนแก้ว!”
แต่ละคนมีความเข้าใจต่อวัยเยาว์แตกต่างกันไป ทว่าหร่วนอวี้คิดว่า การได้อยู่กับเพื่อนสนิท ต่อให้เป็นเพียงการกินข้าวง่าย ๆ ด้วยกัน ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัยเยาว์แล้ว
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหมด ป้าจางก็ไปเก็บกวาดบ้าน ส่วนหร่วนอวี้อาบน้ำเสร็จแล้วก็อุ้มเทียนเทียนไปเล่นในห้องนอน
ลู่เฉิงอวิ๋นเองก็ไปอาบน้ำ พอออกมาก็ยังมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่บนเส้นผม เขากลัวจะรบกวนสองแม่ลูก จึงถือไดร์เป่าผมไปเป่าผมในห้องด้านนอก
เมื่อกลับเข้าห้องอีกครั้ง เขาก็เห็นหร่วนอวี้สวมชุดนอนสายเดี่ยวสีชมพู นอนคว่ำอยู่ข้างเตียง หยอกเล่นกับเทียนเทียน อากาศฤดูร้อนอบอ้าว เสื้อผ้าจึงบางเบา ขาเรียวยาวขาวผ่องของหญิงสาวเผยให้เห็นรำไรใต้ชายกระโปรง ทั้งตรงทั้งเล็กน่ามอง
