หญิงสาวยิ้มแย้มสดใส
น่ารักทั้งยังอ่อนหวานขี้อ้อน
หัวใจของลู่เฉิงอวิ๋นไหววูบ เขายื่นมือจับเอวเธอ ก่อนจะดึงเข้าหาตัวและบดเบียดแนบชิด ความรู้สึกซาบซ่านจนหนังศีรษะชาแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“ลู่...ลู่เฉิงอวิ๋น...” เสียงของหร่วนอวี้ขาดห้วงเป็นช่วง ๆ
ชายหนุ่มซบอยู่บนตัวเธอ สูดดมกลิ่นกายของเธออย่างล้ำลึก ก่อนเอ่ยอย่างพึงพอใจและคลุ้มคลั่งว่า “หร่วนอวี้ ผมคิดถึงคุณ”
ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดกันที่สุดในโลกแล้วแท้ ๆ
แต่เขากลับเป็นดั่งบ่อน้ำแห้งผากที่กระหายแหล่งน้ำ โหยหาการช่วยเหลือ และปรารถนาจะได้รับการเติมเต็ม
หร่วนอวี้ยกมือคล้องคอเขา
ร่างเล็กนุ่มนิ่มของเธออยู่ใต้ร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ราวกับก้อนแป้งข้าวเหนียว น่ารักทั้งชวนให้ทะนุถนอม
ลู่เฉิงอวิ๋นจูบเธออย่างเร่าร้อน อยากชดเชยเวลาที่ขาดหายไปทั้งหมดในคืนนี้ เธอผลักไสเขา แต่ก็รั้งดึงเขาไว้ ทั้งสองถลำลึกลงไปด้วยกันจนถอนตัวไม่ขึ้น
อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เหงื่อไหลชุ่ม
หร่วนอวี้ราวกับเพิ่งผ่านการชำระล้างด้วยสายน้ำ รู้สึกสบายจนตัวลอยเล็กน้อย ลู่เฉิงอวิ๋นถูกพันธนาการมือข้างหนึ่งไว้ ส่วนอีกข้างโอบเธอไม่ยอมปล่อย กอดไว้แน่น
เขาพลิกร่างเธอ แล้วเริ่มต้นรอบใหม่อีกครั้ง
“ลู่เฉิงอวิ๋น ฉันไม่ไหวแล้ว”
“ฉันไม่ไหวจริง ๆ แล้ว”
“ฉันจะหนีแล้วนะ”
หร่วนอวี้หมายถึงจะหนีไปอีกฝั่งของเตียง ให้เขาเอื้อมไม่ถึง แล้วกิจกรรมคืนนี้จะได้จบลงเสียที
แต่คำพูดนี้ตีความได้หลายอย่างเกินไป
ลู่เฉิงอวิ๋นคิดว่าเธอจะจากเขาไป อารมณ์จึงพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที “คุณจะไปอีกแล้วเหรอ? จะทิ้งผมไปอีกแล้วเหรอ?”
