ฮั่วหมิงซานไม่ได้รอจนต้วนหานเยว่ตื่นขึ้นมา
คงเพราะเมื่อคืนเหนื่อยล้าสุด ๆ พอใกล้เก้าโมงเช้า เธอก็ยังหลับสนิท แก้มแดงระเรื่อ
ระหว่างเดินไปแผนกฝึกยุทธวิธี เขาก็ครุ่นคิดไปด้วยว่าร่างกายของต้วนหานเยว่ไม่ค่อยแข็งแรง ต้องออกกำลังกายให้มากกว่านี้
หากมีโอกาส ต่อไปเขาจะพาเธอไปวิ่งตอนเช้าและเดินเล่นทุกวัน
ต้วนหานเยว่ที่ยังหลับสนิทแน่นอนว่าย่อมไม่รู้ความคิดของฮั่วหมิงซาน เธอหลับยาวจนเกือบเที่ยง
พอลุกจากเตียง ขาทั้งสองข้างก็อ่อนล้าปวดเมื่อยอย่างหนัก ขยับเพียงนิดเดียวก็สั่นระริก
เธอนั่งขอบเตียงนวดอยู่พักใหญ่ ความรู้สึกตึงปวดจึงค่อย ๆ บรรเทาลง พอเงยหน้าขึ้นเห็นหมอนของฮั่วหมิงซาน ก็ยื่นมือไปทุบสองทีอย่างขุ่นเคือง
ตาบ้านี่ พอเริ่มแล้วก็ไม่ยอมหยุด
ทุกครั้งก็เอาแต่กล่อมว่าเป็นครั้งสุดท้าย สุดท้ายก็หลอกเธอทุกที!
เธอพาร่างอ่อนเปลี้ยไปที่โต๊ะ อาหารที่ฮั่วหมิงซานเตรียมไว้เย็นชืดไปหมดแล้ว เธอไม่อยากกินของพวกนี้ จึงหยิบซาลาเปาสองลูกจากช่องอาหารสำเร็จรูปในกล่องเก็บความร้อนของมิติ แล้วหยิบนมอุ่น ๆ มาหนึ่งขวด
เพิ่งกินอิ่ม เซี่ยหมิ่นก็เดินเข้ามาจากข้างนอก
“เยว่เยว่ เสื้อชั้นในกับกางเกงชั้นในของเธอ ป้าทำเสร็จแล้ว” เธอยิ้มแย้ม “รีบดูสิว่าใช่แบบที่เธออยากได้หรือเปล่า”
“ทำเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ?” พอมีคนเข้ามา ต้วนหานเยว่ที่นอนเอกเขนกอยู่ก็รีบลุกตัวตรง มองของในมือเซี่ยหมิ่นอย่างประหลาดใจ
ตั้งแต่เธอเอาผ้ามาให้เซี่ยหมิ่นจนถึงตอนนี้ เพิ่งผ่านไปแค่สามวันเท่านั้น
