คงเพราะกลัวว่าฮั่วหมิงซานจะส่งเขาไปดัดนิสัยทันทีที่พูดไม่เข้าหู เถี่ยตั้นที่อยากแต่งเมียจึงรีบหาเรื่องอ้างแล้วมุดเข้าบ้านไปไม่นานนัก
“เดี๋ยวฉันจะไปหาผู้บัญชาการซุน คุยเรื่องเจียงจือจือ คุณจะไปด้วยกันไหม?”
“ฉันไม่ไปหรอก” ต้วนหานเยว่ส่ายหน้า “ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ”
“เรื่องอะไร?” ฮั่วหมิงซานขมวดคิ้วน้อย ๆ
“ฉันจะไปหาคนที่ปล่อยข่าวลือใส่ฉัน” พอนึกถึงข่าวลือในบ้านพักครอบครัวทหาร แววตาของต้วนหานเยว่ก็เย็นเยียบลง
“งั้นเรียกป้าเซี่ยไปด้วยสิ” ต้วนหานเยว่บอบบางอ่อนหวาน ฮั่วหมิงซานกลัวว่าเธอจะเสียเปรียบ
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันให้เถี่ยตั้นพาไปก็พอ”
“ก็ได้ ระวังตัวด้วยนะ ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเจอเรื่องที่จัดการไม่ได้ก็รอฉันกลับมาก่อน” เห็นเธอยืนกราน ฮั่วหมิงซานจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
อย่างไรเสีย เขาต้องอยู่แผนกฝึกยุทธวิธีกับสนามฝึกอยู่บ่อย ๆ จะให้เฝ้าต้วนหานเยว่ทั้งวันก็คงไม่ได้ เรื่องปากเสียงของพวกผู้หญิง เขาที่เป็นผู้ชายคงออกหน้าไม่สะดวก ให้ต้วนหานเยว่ไปจัดการเองน่าจะดีกว่า
ถ้าไม่ได้จริง ๆ เขาค่อยไปหาสามีของพวกนั้นแล้วประลองฝีมือกันสักตั้ง
แบบนั้นก็ช่วยหนุนหลังต้วนหานเยว่และทวงความเป็นธรรมให้เธอได้เหมือนกัน
หลังฮั่วหมิงซานออกไป ต้วนหานเยว่ก็อ้างว่าจะออกไปเดินเล่น ก่อนพาเถี่ยตั้นหนีไปจากสายตาของเซี่ยหมิ่น
เธอหยิบนมอัดเม็ดที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติของเธอ กำเล็ก ๆ แล้วยื่นให้เถี่ยตั้น “ฉันอยากไปหาคนสักสองสามคน เธอช่วยพาฉันไปได้ไหม?”
เถี่ยตั้นชอบกินขนมหวาน แต่ปีนี้ฟันผุจนปวดตอนกลางคืน ร้องไห้กอดเซี่ยหมิ่นไม่หยุด เธอเลยล็อกขนมหวานทั้งหมดในบ้านไว้ในตู้
