ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า เตียงไม้กระดานในห้องพักส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด เพราะเติ้งซินพลิกตัวไปมาราวกับกำลังทอดแผ่นแป้ง เสียงดังจนยากจะทำเป็นไม่ได้ยิน
“คันตัวก็ไปอาบน้ำสิ”
“ปากนายมีพิษหรือไง ถึงได้พูดจาบาดใจขนาดนี้!” เติ้งซินโวยวายอย่างไม่พอใจ “นายกำลังจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกแล้วนะ! มองไม่ออกหรือไงว่าฉันกำลังแสดงความอาลัยอาวรณ์นายอยู่!”
ฮั่วหมิงซานไม่เข้าใจความคิดของเขา “ก็อยู่ฐานทัพเดียวกัน ต่อไปใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันเสียหน่อย จะอาลัยอาวรณ์อะไร?”
คำพูดที่ไม่ไว้หน้ากันสักนิดทำเอาเติ้งซินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งทันที “ไม้ทื่อไร้หัวใจอย่างนายไปหาคู่ได้ยังไงกัน?”
ฮั่วหมิงซานเหลือบมองเขา แล้วพลิกตัวเตรียมเข้านอน
“เฮ้ นายจะนอนแล้วเหรอ?” เติ้งซินขึ้นเสียง
เสียงรบกวนของเขาทำให้ฮั่วหมิงซานปวดหัว จึงยกมือขึ้นบีบหว่างคิ้วอย่างอดทน ก่อนถามว่า “ยังมีอะไรอีก?”
“ฉัน... ฉัน...” เติ้งซินอ้ำอึ้งอยู่สองครั้ง พอเห็นฮั่วหมิงซานกำลังจะหลับตา เขาก็พรวดไปยืนข้างเตียงอีกฝ่าย “ฉันแค่อยากถามว่า นายจะแต่งงานทั้งที่ไม่บอกกล่าวสักคำ แล้วเจียงจือจือจะทำยังไง?”
“เจียงจือจือเป็นใคร? ฉันแต่งงานแล้วยังต้องไปรายงานเธอด้วยหรือไง?” น้ำเสียงของฮั่วหมิงซานเย็นชา
เติ้งซินอ้าปากแล้วหุบ หุบแล้วอ้าอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
อย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขา เจียงจือจือตามจีบฮั่วหมิงซานมาหลายปี ตอนนี้ฮั่วหมิงซานจู่ ๆ ก็พาคนรักกลับมาและจะแต่งงาน เธอก็ควรตัดใจได้แล้ว
