“ความผิดของฉันเหรอ?”
“ฉันจะผิดได้ยังไง!”
ต้วนหานเยว่ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด เธอผลักฮั่วหมิงซานออกไป น้ำเสียงสูงขึ้น ดวงตาคู่หนึ่งจ้องเขาอย่างขุ่นเคือง
เหลวไหลน่า
เธอจะผิดได้ยังไง!
เห็นต้วนหานเยว่เดือดปุด ๆ ราวกับกาต้มน้ำที่เพิ่งเดือด ฮั่วหมิงซานก็หัวเราะออกมา ก่อนยกมือกดผมชี้โด่เด่บนหัวเธอให้ลง
“คุณยังนอนอยู่บนเตียง แต่กลับให้ผู้ชายอย่างผมเข้าห้อง แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะหรือเปล่า?”
“ถ้าคนที่มาวันนี้ไม่ใช่ผม แต่เป็นคนอื่นที่คิดไม่ดีกับคุณล่ะ?”
ต้วนหานเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตากลมใสจะกลอกไปมา แล้วตอบว่า “ฉันถามแล้วนี่ว่าใคร!”
เธอเน้นเสียงหนักแน่น “คุณบอกว่าเป็นฮั่วหมิงซาน ฉันถึงยอมให้เข้ามา”
“ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น” ฮั่วหมิงซานมีสีหน้าจริงจังเคร่งขรึม
น้ำเสียงของเขาเข้มงวดถึงเพียงนี้ ต้วนหานเยว่ก็กะพริบตาปริบ ๆ ไม่พูดอะไร ฮั่วหมิงซานคิดว่าเธอคงฟังเข้าใจแล้ว ใจจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เตรียมจะพูดปลอบเธอ
แต่พออ้าปาก คนที่เมื่อครู่ยังเงียบกริบก็เผยอริมฝีปากแดง ก่อนพูดออกมาว่า “ฮั่วหมิงซาน คุณเหมือนพ่อฉันเลย”
อะไรนะ?
เส้นเลือดบนหน้าผากของฮั่วหมิงซานเต้นตุบ ๆ
เขายกมืออุ้มคนในอ้อมแขนออกมา แล้วพูดเสียงเย็นชา “ผมไม่ใช่พ่อคุณ ผมเป็นสามีในอนาคตของคุณ”
ต้วนหานเยว่เบ้ปาก “รู้แล้วน่า รู้แล้ว ต่อไปฉันจะไม่ให้ใครเข้าห้องตอนนอนอยู่บนเตียงอีก”
“รู้แล้วก็ห้ามพูดแบบนั้นอีก”
ฮั่วหมิงซานหน้าตาหม่นครึ้ม สีหน้าไม่น่าดู บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกราวกับเข้าสู่จุดเยือกแข็ง ต้วนหานเยว่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรู้สถานการณ์ “ตอนนี้คุณมาหาฉันทำไมเหรอ?”
