ต้วนหานเยว่ถูกผิงซวงลากเข้าไปด้านใน พอเดินสวนเข้าไปก็ชนกับเจียงจือจือที่กอดชุดฝึกซ้อม เตรียมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพอดี
ทันทีที่สบตากัน เจียงจือจือก็ชะงักไปทั้งตัว ก่อนจะกลอกตาใส่แล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เธอไม่ต้องมาช่วยเหรอ?”
ตอนแรกผิงซวงไม่ทันเข้าใจว่าเธอถามถึงใคร พอรู้ว่าหมายถึงเจียงจือจือก็ถอนหายใจแล้วตอบว่า
“เจียงจือจือเป็นตัวชูโรงของคณะศิลปะเรานะ งานแสดงศิลปวัฒนธรรมครั้งนี้เลื่อนมาเร็วขึ้น เธอไม่เพียงมีการแสดงเดี่ยว ยังเป็นหัวหน้ารำของชุดเต้นหมู่ด้วย ยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้าน ช่วงนี้กินอยู่ที่คณะทั้งนั้น จะเอาเวลาที่ไหนมาแบ่งไปจัดสถานที่ล่ะ”
“เธอเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ” ต้วนหานเยว่เริ่มมองเจียงจือจือใหม่
ดูจากเรื่องที่เจียงจือจือทำก่อนหน้านี้ เธอนึกว่าอีกฝ่ายเอาแต่หึงหวงและอิจฉาคนอื่นเสียอีก
ที่แท้ก็มีฝีมือติดตัวจริง ๆ จะหยิ่งทะนงอยู่บ้างก็ไม่แปลก
“เอาละ อย่าเพิ่งสนใจเธอเลย รีบไปช่วยกันเถอะ”
ผิงซวงเร่งเธอ ต้วนหานเยว่จึงเดินตามแรงดึงของอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน แล้วก็ลืมเรื่องเจียงจือจือไปอย่างรวดเร็ว
เธอเดินไปถามไป “ทำไมงานแสดงศิลปวัฒนธรรมถึงเลื่อนมาเร็วขึ้นกะทันหันล่ะ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินว่าเป็นคำสั่งจากเบื้องบน บอกว่าจะมีบุคคลสำคัญมาเยือน ต้องแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นมุ่งมั่นและความก้าวหน้าของฐานทัพเฉาหยางเรา”
ผิงซวงอยู่กลุ่มบีของคณะศิลปะ จึงพอรู้เรื่องวงในอยู่บ้าง
เธอมองไปรอบ ๆ ก่อนขยับเข้าไปใกล้ต้วนหานเยว่แล้วลดเสียงลง “ได้ยินว่าบุคคลสำคัญคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรจากประเทศหมีขาว มาตรวจดูสถานการณ์ของฐานทัพเรา ถ้าทุกอย่างราบรื่น เขาจะประจำอยู่ที่ฐานทัพหนึ่งปี เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือกองทัพของเราเรื่องการก่อสร้างและพัฒนาเครื่องจักร”
