อวี๋ตานตานรู้จักผู้หญิงคนนี้ เธอชื่อหลี่ผิง เป็นลูกสมุนของหร่วนเจียว อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวาดภาพ
ภาพร่างแผ่นนั้นงดงามเกินคำบรรยาย หัวหน้าฝ่ายเถียนฟางชอบมาก ถึงกับเลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวาดภาพในระดับเดียวกับหร่วนเจียวทันที
เพราะเรื่องนี้ หร่วนเจียวผู้ทะนงตนถึงกับล้มป่วยหนัก ก่อนจะยื่นใบลาออกให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ทันที
หลังจากเธอจากไป หลี่ผิงซึ่งเป็นลูกสมุนของเธอก็มองอวี๋ตานตาน ผู้มาใหม่อย่างเธอขวางหูขวางตาไปเสียทุกเรื่อง
อวี๋ตานตานอัดอั้นอยู่ในใจ จึงบีบฝ่ามือตัวเองแรง ๆ พยายามไม่ให้น้ำเสียงเผยความหวาดหวั่นออกมา “เธอวาดรูปไม่เป็นแล้วจะเร่งฉันทำไม! ฉันมีจังหวะของตัวเอง!”
“ถ้าทำให้กำหนดการของหนังสือพิมพ์ประชาสัมพันธ์ล่าช้า เธอรับผิดชอบไหวหรือ!”
หลี่ผิงถูกสวนกลับจนโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำ แต่เมื่อนึกถึงคำกำชับของหร่วนเจียว เธอก็อดกลั้นเอาไว้ก่อนพูดว่า “ได้ เธอวาดไปเลย ฉันจะคอยดูว่าเธอจะวาดออกมาเป็นแบบไหน!”
เธอจะวาดออกมาเป็นแบบไหนน่ะหรือ?
อวี๋ตานตานที่เพิ่งพูดจาข่มขู่ไป สมองแล่นปรื๊ด ก่อนจะเกิดไอเดียขึ้นมาในยามคับขัน เธอล้วงกระดาษร่างสองแผ่นนั้นออกมาจากกระเป๋า
ใช่แล้ว มีนี่อยู่ เธอก็แค่วาดตามก็พอไม่ใช่หรือ?
หัวหน้าฝ่ายยืนยันด้วยปากตัวเองแล้วว่าภาพร่างนี้ยอดเยี่ยม แค่วาดภาพนี้ลงไป ก็ได้ผลในการประชาสัมพันธ์เหมือนกัน
เมื่อมีความมั่นใจขึ้นมา อวี๋ตานตานก็ยิ่งวางท่าเย่อหยิ่งกว่าเดิม
เดี๋ยวก็สั่งให้หลี่ผิงไปตักน้ำมาให้ เดี๋ยวก็สั่งให้ช่วยพัดลมให้ ท่าทางราวกับเป็นผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อฐานทัพ
ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์กำลังยุ่งวุ่นวายกันอย่างคึกคัก แต่ข้อสงสัยในใจของต้วนหานเยว่ซึ่งอยู่ไกลออกไปกลับยิ่งทวีขึ้นเรื่อย ๆ
