ดวงตาของเขาขุ่นมัว ฟันส่วนใหญ่หลุดไปแล้วจนปากยุบเข้าไป เวลาพูดจึงออกเสียงไม่ค่อยชัด “หนูเอ๊ย ยายของหนูไม่ได้อยู่ที่นี่ หนูมาช้าเกินไปแล้ว ถ้าอยากตามหาเธอ ก็ต้องไปที่ตึกหลังนั้น”
ซูชิงอวี๋ถามอย่างสุภาพ “ขอทราบได้ไหมคะว่าตึกไหน?”
“ก็ตรงนั้นไง เดินผ่านสวนเล็ก ๆ ไปก็ถึงแล้ว” คุณปู่หนวดเคราขาวยกมือชี้ไปยังตึกเก่าทรุดโทรมหลังนั้น ซึ่งพยาบาลเคยแนะนำให้เธอรู้จัก “ถ้าครอบครัวผู้สูงอายุจ่ายค่าดูแลล่วงหน้าสำหรับปีที่สองไม่ได้ บ้านพักคนชราก็จะจัดให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นไปอยู่ในตึกนั้น
ยายของหนูน่ะ ฮึ ๆ ฉันจำได้ว่าอยู่ห้อง 404 ชั้นสี่ ทั้งที่รู้ว่าพวกเราคนแก่ถือเรื่องนี้ ยังจะจัดให้อยู่ชั้นสี่อีก”
ซูชิงอวี๋มองไปตามทิศทางที่เขาชี้
ตึกหลังนั้นเป็นสีเทาหม่น ผนังแตกร่อนด่างพร้อย ราวกับผิวหนังเน่าเปื่อย ท่อน้ำด้านนอกพาดไขว้กันไปมา คล้ายเส้นเลือดเส้นเอ็น
กระจกหน้าต่างส่วนใหญ่แตกเสียหาย บางบานก็ใช้หนังสือพิมพ์เก่าอุดไว้
แค่คิดก็พอจะจินตนาการถึงสภาพความเป็นอยู่เลวร้ายภายในตึกนั้นได้ โดยไม่ต้องเดินเข้าไปดูด้วยซ้ำ
คุณปู่หัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง ก่อนโน้มตัวเข้ามาแล้วพูดเสียงแผ่ว “คนแก่แบบพวกเราไม่เหมือนเด็กในโรงเรียนอนุบาลหรอก พอแก่ตัวลงก็กลายเป็นภาระของครอบครัว ถูกส่งมาอยู่บ้านพักคนชรา แลกกับการจ่ายเงินซื้อความสงบให้พวกเขา
ฉันกลับอิจฉาเด็กในโรงเรียนอนุบาลนะ ต่างก็รอวันที่จะจากไปเหมือนกัน แต่พอถึงยามเย็นก็มีคนมารับพวกเขากลับ ส่วนพวกเราถ้าอยากออกไปจากที่นี่ ก็มีแต่ต้องตาย... ถ้าเข้าไปอยู่ในตึกนั้น ก็แทบไม่ต่างจากรอความตายแล้ว”
