“คุณเป็นใครน่ะ? ฉันไม่รู้จักคุณหรอก” ซูชิงอวี๋นึกออกแล้วว่าเด็กหญิงผมเปียสองข้างคนนี้คือเหวินเสวี่ยฉาที่เธอพบในดันเจี้ยน【ระเบียงไร้สิ้นสุด】
เมื่อเห็นดวงตาเทียมสีน้ำเงินของอีกฝ่าย ซูชิงอวี๋ก็เบือนหน้า ตัดสินใจแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเธอ
เหวินเสวี่ยฉากัดฟันพูดว่า “อย่าคิดว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันได้
ฉันจำเธอได้แม่นยำที่สุด
เธอหลอกฉันจนร้องไห้ตาปูด แถมยังให้เบอร์โทรศัพท์ปลอมกับฉันอีก
ฉันสงสัยว่า ก่อนหน้านี้เธอรู้อยู่แล้วว่าการตามตำรวจไปให้ปากคำหมายถึงการเข้าดันเจี้ยนใหม่ แต่ก็ยังหลอกให้ฉันไปด้วย
เชื่อเธอก็บ้าแล้ว!
ฉันเสียตาไปข้างหนึ่งในดันเจี้ยนแห่งนั้น!”
ซูชิงอวี๋พึมพำเสียงเบาว่า “จุ๊ ๆ น่าสงสารจริง”
เหวินเสวี่ยฉาจ้องเขม็ง “เธอยอมรับแล้วเหรอ?”
“หูข้างไหนของเธอได้ยินล่ะ?”
“ฉันได้ยินทั้งสองข้าง!”
ยังไงตอนนี้ซูชิงอวี๋ก็กลายเป็นเด็กไปแล้ว
เธอเบิกตากลมโตใสซื่อ “เธอได้ยินบ้าอะไร ใครเขาเป็นเด็กดีแล้วพอเจอหน้ากันก็ขอลูกตาคนอื่นกันล่ะ?
ฉันไม่เล่นกับเธอแล้ว
ไปให้พ้นเลย!”
ข้อดีที่สุดของการแกล้งทำเป็นเด็กก็คือ สามารถ “ทำตัวไม่รู้ความ” ได้
เหวินเสวี่ยฉาแทบกระอักเลือดด้วยความโมโห
เธอหรี่ตามองเด็กผมดำตรงหน้า รู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนซูชิงอวี๋ฉบับย่อส่วนไม่มีผิด
แม้แต่สีหน้ากวนประสาทของเธอก็ยังเป็นฉบับมินิ
เหวินเสวี่ยฉายังอยากคุยกับซูชิงอวี๋ต่ออีกสักหน่อย เพื่อหยั่งเชิงตัวตนของเธอ
แต่ซูชิงอวี๋ไม่สนใจเธอ
“เธอไม่สนใจฉันก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งประหลาดสยองที่มีรูเน่าอยู่กลางอกนั่นยังตามเธออยู่ เธอต้องเป็นซูชิงอวี๋แน่ ๆ” เหวินเสวี่ยฉาเท้าเอว
