ทุกคนต่างหันไปมองหลินเจินเจิน ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะถูกหลินพั่นตี้ชักจูงได้ง่ายดายนัก
แต่ก่อนหน้านี้หลินเจินเจินเคยพูดเรื่องการแจ้งความต่อหน้าทุกคนจริง ๆ เธอจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด
ป้าหลิวประคองลูกชายร่างอ้วนของตนด้วยความสงสาร ก่อนตวาดเสียงกร้าวว่า
“หลินเจินเจิน! เธอมันไร้หัวใจ! ทำให้ลูกชายฉันโดนตำหนิอยู่ตั้งครึ่งวัน แล้วยังต้องไปทำงานอีก ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้!”
ย่าจ้าวพุ่งเข้ามา หมายจะตบหลินเจินเจิน
“ฉันจะตีแกให้ตาย นังตัวดีที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น! ฉันแก่ปูนนี้แล้วยังโดนแกแจ้งความ แถมถูกอบรมตั้งครึ่งวัน ทำไมแกไม่ตายไปซะ!”
เดิมทีหลินเจินเจินหลบได้ แต่หลินพั่นตี้กลับผลักแผ่นหลังเธออย่างแรง เธอจึงรับฝ่ามือของย่าจ้าวเข้าเต็ม ๆ
หลินเจินเจินไม่ทันได้ใส่ใจความแสบร้อนบนใบหน้า เธอหันกลับไปจ้องหลินพั่นตี้อย่างไม่อยากเชื่อ
เห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาใสซื่อราวดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ หลินเจินเจินก็โกรธจนหัวเราะออกมา
หลินเจินเจินแค่นเสียงเย็นชา ก่อนผลักย่าจ้าวที่ยังคิดจะทำร้ายเธอออกไปอย่างไม่เกรงใจ แล้วชี้หน้าหลินพั่นตี้พร้อมแฉทันที
“ดีนี่ หลินพั่นตี้! ฉันยังไม่ได้เปิดโปงเธอเลย เธอกลับใส่ร้ายฉันก่อนแล้ว!”
หลินเจินเจินกวาดตามองผู้คนที่จ้องเธออย่างโกรธเกรี้ยว แล้วพูดอย่างไม่ไว้หน้า
“พวกโง่เอ๊ย! ถูกหลินพั่นตี้หลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!”
“ตั้งแต่ฉันมาหมู่บ้านชิงซาน ก็อยู่ในสายตาพวกคุณมาตลอด ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเลย แล้วฉันจะไปแจ้งความพวกคุณได้ยังไง!”
ทุกคนที่ถูกด่าว่าโง่ชะงักไป ที่เธอพูดก็จริง สหายผู้รู้หนังสือที่เพิ่งมาใหม่ย่อมเป็นเรื่องน่าสนใจ ทุกคนจึงจับตามองกันอยู่แล้ว
