สีหน้าของหลินพั่นตี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด สายตาดุดันของทุกคนจับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลังเลอีกต่อไป
พวกป้าหลิวที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่นต่างล้อมวงเข้าหาหลินพั่นตี้ สายตาคมกริบราวกับมีด เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะสั่งสอนเธอด้วยกำลังเสียก่อน
หลินเสี่ยวเสี่ยวมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เธอตั้งใจให้เจ้าตูบน้อยกับคนอื่น ๆ ชี้ตัวหลินพั่นตี้เพียงคนเดียว
หลินเจินเจินอาจเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดของพ่อเธอ หากเรื่องของอีกฝ่ายถูกเปิดโปงขึ้นมา คงถูกทุกคนร่วมมือกันขับไล่ออกไปแน่
ถึงตอนนั้นเธอก็จะเข้าไม่ถึงผู้คนอีก ศัตรูซ่อนอยู่ในที่มืด ส่วนเธออยู่ในที่แจ้ง กลับจะยิ่งเสียเปรียบและสูญเสียทิศทางในการสืบหา
ส่วนหลินพั่นตี้ที่คอยวางแผนเล่นงานเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้หลินเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนใจเย็นแค่ไหนก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว เธอจึงคิดใช้โอกาสครั้งนี้จัดการให้หลินพั่นตี้หมดทางผงาดขึ้นมาได้อีก
แต่หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้เห็นภาพหลินพั่นตี้ถูกล้อมทำร้าย กลับเห็นเธอที่ถูกฝูงชนล้อมอยู่กลอกตาขึ้นแล้วหมดสติไปกะทันหัน
ทุกคนคิดว่าเธอแกล้งเป็นลม ป้าหลิวถึงกับยกเท้าเตะท้องหลินพั่นตี้ไปทีหนึ่ง
“หลินพั่นตี้! อย่ามาแกล้งตาย! กล้าทำแต่ไม่กล้ารับหรือไง!”
ตอนแรกหลินเสี่ยวเสี่ยวก็คิดว่าหลินพั่นตี้แกล้งทำเหมือนกัน แต่จู่ ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ชี้ไปยังใต้ร่างของหลินพั่นตี้พลางร้องลั่น
“เลือดออกแล้ว! เธอเลือดออก!”
ทุกคนมองตามนิ้วที่ชี้ไป และเห็นว่าหลินพั่นตี้กำลังเลือดออกจริง ๆ
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาว่า “เลือดออกตรงนั้น หรือว่าแท้งแล้ว!”
พอได้ยินเช่นนั้น สถานการณ์ก็พลันโกลาหล พวกผู้หญิงที่เมื่อครู่ยังคิดจะเข้าไปทำร้ายต่างถอยกรูด เหลือเพียงป้าหลิวที่เพิ่งเตะท้องหลินพั่นตี้ ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
