“หึ!” หลินเสี่ยวเสี่ยวถึงกับขำความหลงตัวเองของหลินพั่นตี้ ราวกับเพิ่งรู้จักกันเป็นวันแรก เธอกวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า
หลินพั่นตี้ถูกมองจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงเอ่ยเยาะเย้ยขึ้นว่า
“หลินพั่นตี้ ตอนเธอแต่งงาน ฉันลืมให้ของติดตัวไปหรือเปล่า?”
หลินพั่นตี้ชะงักไป ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ หลินเสี่ยวเสี่ยวถึงถามแบบนี้
แต่แล้วก็คิดว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวคงเสียสติไปแล้ว ถึงได้คิดจะส่งของขวัญให้ศัตรู จึงถามอย่างคาดหวังอยู่ลึก ๆ ว่า
“อะไร? จะชดเชยให้ฉันเหรอ?”
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ฉันไม่มีของขวัญตอบแทนเธอนะ ฉันไม่เหมือนเธอที่แต่งกับเด็กกำพร้า ต้องจัดการงานบ้านเอง ครอบครัวของเจี้ยนกั๋วของฉันมีพ่อแม่ครบทั้งคู่”
หลินเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะหยัน
“ใช่ ๆ เธอมีแม่สามีแล้วนี่ เก่งจริง ๆ แม่สามีของเธอดีที่สุดในใต้หล้าเลย!”
“แต่ฉันก็อยากให้ของขวัญเธอสักชิ้นจริง ๆ นะ บ้านเธอคงไม่มีกระจก ถึงได้มั่นใจตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตา ฉันให้กระจกเธอสักบาน เอาไปส่องดูตัวเองให้ดีเถอะ”
“หน้าตาแบบเธอน่ะ อย่ามั่นใจเกินไปนักเลย มั่นใจมากไปก็กลายเป็นหลงตัวเอง”
ใบหน้าหลินพั่นตี้คล้ำลงชั่วขณะ ฟันขบกันดังกรอด เธอถึงได้รู้ว่าหลินเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจประชด
ถึงอย่างนั้นหลินพั่นตี้ก็ยังเชื่อฝังใจว่าลู่เย่ไม่สนใจผู้หญิง จึงจงใจย้ำจุดเจ็บของหลินเสี่ยวเสี่ยวต่อไป
“ฮึ! หลินเสี่ยวเสี่ยว เธอก็เอาแต่ปากแข็งไปเถอะ กล้าพูดไหมล่ะว่าลู่เย่ไม่เคยแตะต้องเธอเลย!”
“หน้าตาเหมือนจิ้งจอกแล้วจะทำไม สุดท้ายก็ต้องนอนเป็นแม่ม่ายทั้งเป็นอยู่ดี!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวกลอกตาเล็กน้อย เรื่องนี้เดิมทีก็ไม่มีอะไรน่าเอามาอวด แต่ในเมื่อหลินพั่นตี้พูดแบบนั้น เธอก็จำต้องหยิบออกมาตบหน้าอีกฝ่ายเสียหน่อย
