หลินเจินเจินคิดว่า ถ้าเธอแต่งงานกับเฉินเป่ากั๋ว เธอก็จะได้เป็นสะใภ้ตระกูลเฉินที่มีฐานะพอ ๆ กับตระกูลหลิน
จะทนถูกกดขี่อยู่ในชนบทห่างไกลแห้งแล้งนี่ไปทำไม!
คิดได้ดังนั้น หลินเจินเจินก็จัดแต่งผม ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
“พี่เฉิน! จะไปไหนเหรอคะ ให้ฉันเข็นให้ไหม!”
หลินเจินเจินคิดจะแย่งมือจับรถเข็นจากมือเสี่ยวฮวา แต่เสี่ยวฮวากลับไม่ยอมปล่อย
หลินเจินเจินถลึงตามองอย่างไม่พอใจ
“หล่อน ยัยบ้านนอก ปล่อยมือเดี๋ยวนี้! พี่เฉินเป็นคู่หมั้นของฉัน อย่าคิดมายั่วยวนเขา!”
เสี่ยวฮวางุนงงจนพูดไม่ออก เธอไปยั่วยวนครูใหญ่เฉินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! หลินเจินเจินนี่พูดจาไม่น่าฟังเอาเสียเลย!
หลังจากเจอเรื่องซุนจือชิงมา เสี่ยวฮวาก็กลายเป็นคนอารมณ์ร้อนขึ้น พอคิดจะสั่งสอนหลินเจินเจินสักหน่อย เฉินเป่ากั๋วก็ชิงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาก่อน
“สหายหลินเจินเจิน ระวังคำพูดด้วย ต่อให้ฉันมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลหลิน ก็เป็นตระกูลหลินแห่งเมืองหลวง ไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลหลินของพวกคุณที่สลับตัวเด็กคนอื่นมาเลี้ยงเลยสักนิด!”
“ถ้าคุณยังใส่ร้ายป้ายสีฉันอีก ฉันมีสิทธิ์เอาเรื่องคุณฐานทำให้ชื่อเสียงฉันเสียหายและจงใจประพฤติตัวอันธพาล!”
เฉินเป่ากั๋วเปิดโปงหน้ากากจอมปลอมของหลินเจินเจินอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนหันไปสั่งเสี่ยวฮวาทันที
“สหายเสี่ยวฮวา เข็นฉันไปเถอะ อย่าเสียเวลากับคนไม่สำคัญเลย!”
เสี่ยวฮวาเหลือบมองใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธของหลินเจินเจินแล้วรู้สึกสะใจสุด ๆ
เธอผลักหลินเจินเจินออกไป ก่อนจะส่งเสียงฮึแล้วทิ้งท้ายว่า
“พูดอย่างกับตัวเองไม่ใช่สาวบ้านนอกอย่างนั้นแหละ! ทำตัวเป็นหงส์อยู่ไม่กี่วัน ก็ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองเป็นไก่ป่า!”
