หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพวกเขาไปทำอะไร
คงไม่พ้นไปร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพาย เรียกร้องความสงสารเพื่อขอความช่วยเหลือจากหลินเจิ้งสง
เป็นอย่างที่คิด พ่อลูกออกไปเที่ยวหนึ่ง กลับมาก็หอบหิ้วของพะรุงพะรัง สีหน้าเบิกบานชื่นมื่น
หลินเจินเจินยังจงใจหยิบน้ำตาลนมตรากระต่ายขาวตัวใหญ่ห่อหนึ่งมา ก่อนจะกล่าวอย่างเสแสร้งว่า
“พี่เสี่ยวเสี่ยว อย่าโกรธเลยนะคะ คุณปู่แค่สงสารฉัน เลยส่งเงินมาให้พวกเรา 200 หยวน”
“ถึงยังไงฉันก็เป็นหลานสาวที่อยู่กับคุณปู่มาตั้ง 17 ปี มีความผูกพันกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติค่ะ!”
“พี่เสี่ยวเสี่ยว ดูสิคะ ฉันยังเอาเงินที่คุณปู่ให้ไปซื้อน้ำตาลนมตรากระต่ายขาวตัวใหญ่มาให้พี่ด้วย ต่อไปเราก็เป็นพี่น้องกันแล้วนะคะ ต้องอยู่ด้วยกันดี ๆ ล่ะ!”
จะว่าไปแล้ว ปฏิกิริยาของหลินเจิ้งสงก็อยู่ในความคาดหมาย แต่จะบอกว่าไม่ผิดหวังเลยก็คงไม่จริง
เมื่อเห็นท่าทางดอกบัวขาวของหลินเจินเจิน หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่อยากเล่นละครน้ำเน่าเรื่องคุณหนูตัวจริงตัวปลอมกับเธอ
เธอกำลังจะปิดประตูใส่ ไม่สนใจอีกฝ่าย จู่ ๆ บุรุษไปรษณีย์หนุ่มที่อยู่ไม่ไกลก็ปั่นจักรยานมา พลางกดกระดิ่งเรียก
“สหายหลินเสี่ยวเสี่ยวอยู่ไหมครับ? มีจดหมายกับพัสดุของคุณ!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจหลินเจินเจินอีกต่อไป เดินอ้อมเธอเข้าไปหาบุรุษไปรษณีย์หนุ่มทันที
“สหาย ฉันคือหลินเสี่ยวเสี่ยวค่ะ อยู่นี่!”
หลินเจินเจินยังไม่ทันเห็นหลินเสี่ยวเสี่ยวเสียอาการ ก็ได้แต่กระทืบเท้าแล้วเดินตามไป
ด้านหลังจักรยานของบุรุษไปรษณีย์หนุ่มมีพัสดุขนาดใหญ่มาก ตอนแรกนึกว่าเป็นของหลายคน ที่ไหนได้กลับเป็นพัสดุของหลินเสี่ยวเสี่ยวคนเดียว
