หลินเจี้ยนหลินกับคนอื่น ๆ ไม่ได้พักอยู่ที่เรือนสี่ประสานซึ่งหลินเจิ้งสงมอบให้ แต่พักอยู่ในบ้านของคุณย่าที่เขตบ้านพักทหาร
เหตุผลหนึ่งคือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเขตบ้านพักทหารครบครันกว่า
อีกเหตุผลหนึ่งคือรัฐจัดสรรบ้านหลังนี้ให้คุณย่าแล้ว หากคุณย่าไม่เข้าไปอยู่ ก็อาจถูกมองว่าครอบครองทรัพยากรไว้โดยไม่ได้ใช้ และถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้
บ้านในเขตบ้านพักทหารกว้างขวางพอให้ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันได้โดยไม่แออัด
หลินเสี่ยวเสี่ยวกับลู่เย่ตัดสินใจว่า ช่วงวันหยุดจะมาพักที่นี่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนครอบครัว ส่วนวันที่หลินเสี่ยวเสี่ยวมีเรียน เธอจะไปพักที่เรือนสี่ประสาน
โรงเรียนอยู่ห่างจากเขตบ้านพักทหารพอสมควร ลู่เย่กับเด็ก ๆ ก็ขาดหลินเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ อีกทั้งรับเรือนสี่ประสานมาแล้ว ทั้งยังต้องเสียเงินดูแลรักษาทุกปี หากไม่อยู่เสียเลยจนกลายเป็นแค่ของประดับก็สิ้นเปลืองเปล่า ๆ
ตอนเย็นทั้งครอบครัวนั่งกินข้าวด้วยกัน จ้าวซิ่วอิงถามหลินเสี่ยวเสี่ยวว่า
“ตุนตุนล่ะ? พวกเธอจัดการเรื่องขนส่งให้มันหรือยัง แล้วจะมาถึงเมื่อไร?”
พอได้ยินชื่อตุนตุน ความอาลัยที่หลินเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งพยายามข่มไว้ก็พลุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
ลู่เย่คีบหมูตุ๋นน้ำแดงที่มีมันแทรกสวยงามใส่ชามของหลินเสี่ยวเสี่ยว ก่อนตบหลังมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้กินข้าวดี ๆ อย่าคิดฟุ้งซ่าน
จากนั้นเขาจึงอธิบายให้คนอื่น ๆ ที่สงสัยไม่ต่างกันฟังว่า
“เสวี่ยฉิวอยากกลับไปอยู่บนเขา ส่วนตุนตุนไปดูแลเมียแล้วครับ”
“ต่อไปถ้ามีเวลา พวกเรากลับไปเยี่ยมพวกมันได้ แต่พวกมันจะไม่ตามมาเมืองหลวงแล้วครับ”
พอได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างมีแววอาลัยในดวงตา
แต่พอคิดว่าอย่างไรเสือก็เป็นสัตว์ที่ควรอยู่ในป่า ทุกคนจึงเลือกเคารพการตัดสินใจของตุนตุน
