เพราะถูกจ้องจนรู้สึกอึดอัด หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงผลักเขาเบา ๆ อีกครั้ง
“คุณ... คุณทำอะไรน่ะ! ทำไมเอาแต่มองฉันแบบนี้...”
มือของเธอถูกชายหนุ่มคว้าไว้ในทันที ร่างหลินเสี่ยวเสี่ยวสั่นสะท้าน พยายามดึงมือกลับ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
วินาทีต่อมา หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ถูกดึงกลับเข้าไปในอ้อมแขนของเขา
มืออีกข้างของลู่เย่พลันแตะลงบนริมฝีปากของเธอ แล้วลูบไล้เบา ๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านเสียดสีกับริมฝีปากนุ่มนิ่มจนเกิดความรู้สึกคันซ่าน
ลู่เย่มองหญิงสาวในอ้อมแขนที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงกว่าเดิม ทั้งยังแหบพร่าอย่างน่าประหลาด ก่อนอธิบายอย่างหน้าตาเฉยว่า
“ริมฝีปากคุณแดงช้ำแล้ว ผมช่วยนวดให้”
หลินเสี่ยวเสี่ยวพิงอกเขาอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะหนึ่งแยกไม่ออกว่าเสียงหัวใจเต้นแรงนั้นเป็นของตัวเองหรือของเขา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศชวนให้ใจเต้นระรัว หรือเพราะเสน่ห์เย้ายวนจากฮอร์โมนของชายหนุ่ม
หรืออาจเป็นเพราะลู่เย่เพิ่งเปิดใจเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง ความซาบซึ้งจึงพลอยทำให้เธอใจอ่อน
สมองของหลินเสี่ยวเสี่ยวเหมือนหยุดทำงาน เธอถึงกับไม่ได้ผลักเขาออกไป เพียงตอบกลับอย่างซื่อ ๆ ว่า “อ้อ แล้ว... หายหรือยังคะ?”
“ยัง ต้องนวดอีกหน่อย บางทีใช้วิธีอื่นอาจหายเร็วกว่านี้!”
“วิ... วิธีอะไรคะ!”
……
ตอนผละออกจากกัน หลินเสี่ยวเสี่ยวแดงก่ำไปทั้งตัวราวกับกุ้งต้ม
ริมฝีปากรูปกลีบดอกไม้แสนสวยชุ่มฉ่ำอวบอิ่ม ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งได้รับสายฝนอันอ่อนโยนชโลมลงมา ยิ่งมองก็ยิ่งงดงามเย้ายวน
หลินเสี่ยวเสี่ยวนั่งห่างจากเจ้าคนเจ้าเล่ห์ออกไปไกล ไม่ยอมสนใจเขา
มุมปากของลู่เย่ยังมีรอยเลือดจากแผลที่ถูกกัดหลงเหลืออยู่ แต่เขาไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย กลับยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เมื่อเห็นสาวน้อยหดตัวอยู่มุมห้องด้วยความโมโห ลู่เย่ก็หน้าด้านขยับเข้าไปหา ยื่นกล่องเหล็กให้เธออีกครั้ง
“เสี่ยวเสี่ยว อย่าโกรธเลยนะ รับของพวกนี้ไว้เป็นของขอโทษจากผมได้ไหม?”
“คุณสวยเกินไป ผมเลยอดใจไม่ไหว คราวหน้า...”
