เนี่ยนเนี่ยนยิ้มแฉ่ง ทำท่าน่ารักออดอ้อน
“แม่คะ ถ้าพวกเราชวนเพื่อนสนิทมาที่บ้านกินข้าว แม่จะโกรธไหมคะ?”
เอินเอินก็ทำหน้าประจบเอาใจ “แม่สวยที่สุด ใจดีที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แม่ต้องไม่โกรธแน่ ๆ ใช่ไหมครับ?”
แม้แต่ตุนตุนก็หูตกด้วยความรู้สึกผิด สายตาล่อกแล่กไปทั่ว ไม่ยอมมองหลินเสี่ยวเสี่ยวเลย
หลินเสี่ยวเสี่ยวกลอกตาขาวอย่างจนใจ เธอเป็นผู้ปกครองประเภทที่หวงข้าวถึงขั้นไม่ยอมให้ลูกพาเพื่อนมากินที่บ้านหรือไง?
เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์นักว่า “ไม่โกรธหรอก แค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่เอง”
“แล้วเพื่อนของพวกลูกล่ะ ยังไม่มาเหรอ? ถ้ายังไม่มาก็รีบไปตามสิ เดี๋ยวกับข้าวที่พ่อทำจะเย็นหมด!”
เมื่อได้คำตอบแน่ชัดแล้ว เนี่ยนเนี่ยนกับเอินเอินจึงดึงเฉียวเซิ่งลี่ที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมา เอินเอินแนะนำก่อนว่า
“แม่ครับ เขาชื่อเฉียวเซิ่งลี่ เขาหิวมาก แต่ที่บ้านไม่มีข้าวให้กิน”
“วันนี้เขาช่วยปกป้องลูกเสือตัวน้อยที่ผมปั้นจากโคลน ผมเลยอยากชวนเขากินข้าวเป็นการตอบแทนครับ”
หลินเสี่ยวเสี่ยวมองเฉียวเซิ่งลี่แล้วชะงักไปชั่วขณะ
แต่ไม่นานเธอก็ตั้งสติได้ เผยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วกวักมือเรียกเด็กทั้งสามคน
“ดีเลย มากันเถอะ ไปล้างมือกันก่อน วันนี้พ่อทำไก่ตุ๋นเทียนหมา พอดีเลย เดี๋ยวให้เพื่อนตัวน้อยเฉียวเซิ่งลี่กินเทียนหมาเยอะ ๆ”
เฉียวเซิ่งลี่กะพริบดวงตากลมโตไร้เดียงสา มองพี่สาวคนสวยตรงหน้า
เมื่อไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายจากพี่สาวคนสวย เขาก็ยิ้มกว้างให้เธอ
“พี่สวย ขอบคุณ!”
เอินเอินเข้าใจวิธีพูดของเฉียวเซิ่งลี่อยู่บ้างแล้ว จึงช่วยแปลให้หลินเสี่ยวเสี่ยวฟัง
“แม่ครับ เขาชมว่าแม่สวย แล้วก็ขอบคุณที่ชวนเขากินข้าว”
แปลเสร็จ เอินเอินก็หันไปแก้ให้เฉียวเซิ่งลี่
