ช่วงต่อมา เอินเอินจะพาเฉียวเซิ่งลี่กลับมาที่บ้านทุกวัน
บางวันเด็กคนนี้ก็อิ่มท้อง บางวันก็หิวโซ
หลินเสี่ยวเสี่ยวปะติดปะต่อความหมายจากคำพูดของเฉียวเซิ่งลี่ได้ว่า วันที่เขาได้กินอิ่มคือวันที่น้องสาวว่าง่ายไม่ร้องงอแง และหลินพั่นตี้มีเวลามาดูแลเขา
พูดตามตรง หลินเสี่ยวเสี่ยวค่อนข้างประหลาดใจ
ตอนนั้นหลินพั่นตี้ประกาศในกองผลิตหมู่บ้านว่าตัวเองคลอดลูกได้แค่ลูกสาวสองคน แสดงท่าทีราวกับเป็นคนรักลูกชายมากกว่าลูกสาว
หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงคิดว่าเธอคงไม่ใส่ใจลูกสาวคนนี้
ใครจะคิดว่าคราวนี้หลินเสี่ยวเสี่ยวจะมองคนผิด หลินพั่นตี้อาจมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่กับลูกที่ตัวเองคลอดออกมา เธอก็ยังมีความรักของแม่อยู่
เฉียวเซิ่งลี่แวะมาบ้านทุกวันต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม ปี 1977
หลังรักษาติดต่อกันสองเดือน เฉียวเซิ่งลี่ก็ยังพัฒนาไม่เท่าเด็กทั่วไป
แต่ตอนนี้เขาพูดจารู้เรื่อง ไม่วกวนสับสนเหมือนก่อนแล้ว ทั้งยังเดินได้มั่นคงขึ้นเล็กน้อย
หากดูแลรักษาต่อไป ก็มีหวังว่าจะหายเป็นปกติได้อย่างแน่นอน
แต่คงไม่เหมาะที่จะให้หลินเสี่ยวเสี่ยวรักษาต่อแล้ว
จากนี้ต้องใช้การฝังเข็มและนวดบำบัด ซึ่งย่อมทิ้งร่องรอยไว้บ้าง หากหลินพั่นตี้เห็นเข้า ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอย่างไร
อีกอย่าง ตอนนี้ลูกสาวคนเล็กของหลินพั่นตี้เลี้ยงง่ายขึ้นแล้ว เธอจึงพอจะดูแลลูกทั้งสองคนไหว
เฉียวเซิ่งลี่ก็จะไม่ต้องหิวอีก
ที่เหลือก็แค่หลินพั่นตี้อย่าทอดทิ้งเฉียวเซิ่งลี่ และพาเขาไปรักษาต่อ หมอคนอื่นก็รักษาได้เหมือนกัน
