ลู่เย่ถ่อมตัวอยู่สองสามคำ ก่อนจะเอ่ยถึงธุระที่มา
“คืออย่างนี้ครับ ผู้เฒ่าฝู ภรรยาผมกำลังตั้งท้องลูกแฝด ผมเป็นห่วงสุขภาพของเธอ เลยอยากขอคำแนะนำจากคุณว่าควรดูแลเธออย่างไร มีเรื่องอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้างไหมครับ?”
อย่าว่าแต่ตั้งท้องลูกแฝดเลย ต่อให้เป็นแฝดสามหรือแฝดสี่ ขอเพียงมียาและเครื่องมือพร้อม ผู้เฒ่าฝูก็ช่วยให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัยได้
เขายิ้มปลอบใจ “สหายลู่ อย่าเพิ่งกังวลไปเลย พื้นฐานร่างกายของสหายหลินเสี่ยวเสี่ยวค่อนข้างดี ขอแค่ใส่ใจเรื่องอาหารและเสริมสารอาหารอย่างเหมาะสม ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร!”
ผู้เฒ่าฝูหันไปมองภรรยาของจ้าวซินหมิน เฝิงซูฮุ่ย ซึ่งดูท่าทางอยากพูดอยู่เต็มที แต่เพราะเรื่องก่อนหน้านี้จึงกระดากใจจะเอ่ยปาก แล้วแนะนำเธอให้ลู่เย่รู้จักก่อน
“แต่เรื่องดูแลหญิงตั้งครรภ์นี่ ตาเฒ่าอย่างผมอาจจะสู้เสี่ยวเฝิงไม่ได้”
“เสี่ยวเฝิงเป็นสูตินรีแพทย์มือหนึ่งที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ ช่วยชีวิตหญิงตั้งครรภ์มาแล้วนับไม่ถ้วน ถ้าคุณไม่รังเกียจ ให้เสี่ยวเฝิงอธิบายให้ฟังดีไหม?”
หลินเสี่ยวเสี่ยวไม่ถือสาเรื่องอคติที่สองสามีภรรยาตระกูลจ้าวเคยมีต่อตน ลู่เย่ย่อมไม่ถือสาเช่นกัน
พอได้ยินผู้เฒ่าฝูพูดเช่นนั้น ลู่เย่ก็หันไปมองเฝิงซูฮุ่ยอย่างคาดหวัง
“คุณหมอเฝิง ยินดีช่วยแนะนำผมไหมครับ? ไว้ผมจะตอบแทนอย่างงามแน่นอน!”
เฝิงซูฮุ่ยโบกมือไปมา
“ไม่ต้องตอบแทนหรอกค่ะ! การได้ช่วยผู้มีพระคุณทั้งสองเป็นเกียรติของฉัน!”
จากนั้นเฝิงซูฮุ่ยก็อธิบายเรื่องการดูแลระหว่างตั้งครรภ์และข้อควรระวังต่าง ๆ อย่างละเอียด ไม่ตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว
ลู่เย่หยิบสมุดเล่มเล็กที่พกมาด้วยออกมา จดทุกข้ออย่างตั้งใจ
